Morningstar ระบุในรายงานล่าสุดว่าการถือเงินสดและสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสดให้ผลในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนดีกว่า Treasurys ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ขณะเดียวกันระดับผลตอบแทนยังอยู่ในระดับจูงใจ ทำให้นักลงทุนยังคงนำเงินไหลเข้ากลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัยระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง
เงินไหลเข้าเงินสด-ตลาดเงิน ท่ามกลางดอกเบี้ยที่ยังจูงใจ
ข้อมูลจาก Investment Company Institute ระบุว่าเงินลงทุนใน money market funds เพิ่มขึ้นแตะ 7.64 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ผลตอบแทนเริ่มอ่อนลงหลัง Federal Reserve ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายช่วงปลายปีที่แล้ว โดยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยแบบ annualized 7-day ของกองทุนในดัชนี Crane 100 ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงินแบบเสียภาษีที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อยู่ที่ 3.45% ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตลาดผ่าน CME FedWatch ยังไม่สะท้อนความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้
Morningstar ชี้ว่าผลตอบแทนเงินสดยังสูงกว่าช่วงก่อนปี 2022 อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นักลงทุนสามารถลดความเสี่ยงของพอร์ตได้ โดยไม่จำเป็นต้องยอมลดผลตอบแทนลงมากนักในระยะสั้น อีกทั้งประโยชน์ด้านการกระจายความเสี่ยงของเงินสดมีแนวโน้มสะสมต่อเนื่องในระยะยาว แม้จะผ่านวัฏจักรการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยนโยบายก็ตาม
ในเชิงสถิติ เงินสดมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นในระดับต่ำที่สุดตลอดสามปีที่ผ่านมา ตรงกันข้ามกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและพันธบัตรเกรดลงทุนที่มีความสัมพันธ์กับหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยตั้งแต่ Fed เริ่มขึ้นดอกเบี้ยในปี 2022 ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นและราคาบอนด์กลับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น ทำให้บอนด์ไม่สามารถทำหน้าที่ “ถ่วงดุล” พอร์ตลงทุนได้เหมือนในอดีต
Correlation หุ้น-บอนด์เปลี่ยน เงินสดเด่นเรื่องป้องกันความผันผวน
Morningstar ระบุว่า ณ สิ้นปี 2021 ค่า correlation 3 ปีระหว่างหุ้นสหรัฐกับ long-duration Treasurys อยู่ที่ -0.35 แต่เพิ่มขึ้นเป็น 0.65 ณ สิ้นปี 2025 สะท้อนความสามารถในการป้องกันความผันผวนที่ลดลงของบอนด์ โดยในเหตุการณ์สงครามอิหร่านปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ราคาหุ้นและราคาบอนด์ยังปรับตัวลงพร้อมกัน ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาที่ร่วงลง
ทางเลือกสร้างรายได้จากเงินสดที่ได้รับความสนใจยังรวมถึง money market funds, certificates of deposit (CDs), Treasury bills ระยะสั้น และบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าธนาคารออนไลน์บางแห่ง เช่น Bread Financial และ Capital One Financial ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรับฝากอีกครั้ง สวนทางมุมมองเมื่อต้นปีที่คาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ย อานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ย Fed ที่ทรงตัวและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
Treasury bills ยังสามารถลงทุนผ่าน TreasuryDirect หรือโบรกเกอร์ พร้อมทางเลือกลงทุนผ่าน T-bill funds เช่น iShares 0-3 Month Treasury Bond ETF (SGOV) ที่ให้ 30-day SEC yield ราว 3.55% และ State Street SPDR Bloomberg 3-12 Month T-Bill ETF (BILS) ที่ให้ 3.46% โดยทั้งสองกองทุนเก็บค่าใช้จ่ายในระดับต่ำ ขณะเดียวกันบัญชี high-yield savings บางแห่ง เช่น Bread Financial และ LendingClub เสนออัตราผลตอบแทนราว 4% ต่อปี สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์แบบดั้งเดิมอย่างมีช่องว่าง
มุมมองสำหรับนักลงทุนไทย บทบาทเงินสดในพอร์ตยุคดอกเบี้ยสูง
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นนี้สะท้อนบทบาทของเงินสดและกองทุนตลาดเงินในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่สำคัญในช่วงดอกเบี้ยสูงทั่วโลก ผู้ลงทุนไทยที่ถือสินทรัพย์ต่างประเทศหรือกองทุนรวมที่ลงทุนในสหรัฐอาจต้องทบทวนสัดส่วนบอนด์ระยะยาวเทียบกับเงินสดและตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดและความไม่แน่นอนด้านทิศทางดอกเบี้ยโลกในระยะถัดไป








