ทางการจีนเดินหน้าปราบปรามการบินโดรนผิดกฎหมาย หรือ “black flying” อย่างเข้มงวด หลังมีการเปิดเผยกรณีโดรนถูกปล่อยขึ้นไปสูงกว่า 8,000 เมตร ใกล้ระดับความสูงที่เครื่องบินพาณิชย์ใช้บิน ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางการบินเชิงพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ และสะท้อนโจทย์ยากในการกำกับดูแลเทคโนโลยี ท่ามกลางการผลักดันเศรษฐกิจระดับความสูงต่ำของจีน
ปัจจุบัน กฎระเบียบของจีนกำหนดให้โดรนน้ำหนักเบาบินได้ไม่เกินความสูง 120 เมตรเหนือพื้นดิน การบินสูงกว่านั้นต้องได้รับอนุมัติการใช้ห้วงอากาศอย่างเป็นทางการ และต้องดำเนินการโดยนักบินโดรนที่มีใบอนุญาตเท่านั้น การบินเกินเพดาน 120 เมตรโดยไม่ได้รับอนุญาตถูกจัดเป็นการดำเนินการผิดกฎหมายในหมวด “black flying”
เคสโดรนบินสูงแตะระดับเครื่องบินพาณิชย์ จุดกระแสกดดันรัฐคุมเข้ม
กรณีล่าสุดถูกจุดประเด็นโดยคอนเทนต์ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์ม Douyin ของจีน ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับนักบินโดรนรายหนึ่งที่โพสต์วิดีโอซ้ำๆ แสดงการบินโดรนทะยานขึ้นเหนือระดับ 8,000 เมตร เหนือมณฑล Hunan และ Guangdong ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางบินเชิงพาณิชย์ที่หนาแน่นที่สุดของประเทศ โดยมีการใช้เอกสารอนุมัติการบินปลอมประกอบ
จากการเทียบวันเวลา ข้อมูลระดับความสูง และเส้นทางบินพาณิชย์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์รายดังกล่าวชี้ว่า โดรนเคยบินเข้าใกล้เครื่องบินโดยสารหลายเที่ยวบินในระยะเพียง 200-500 เมตร และในกรณีหนึ่ง เส้นทางคาดการณ์ของโดรนบนเที่ยวบิน Shenzhen–Beijing อาจเข้าใกล้เครื่องบินเพียงราว 5 เมตรเท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
พื้นที่บินผิดกฎหมายแห่งหนึ่งอยู่เหนือเมือง Yingde ในมณฑล Guangdong ซึ่งอยู่ใต้แนวเส้นทางบินหลักของสนามบินสำคัญในพื้นที่ Greater Bay Area โดยมีเครื่องบินผ่านทุกไม่กี่นาที ทำให้การปล่อยโดรนขึ้นสู่ระดับความสูงดังกล่าวเพิ่มโอกาสการเฉียดชนอย่างมีนัยสำคัญ
ตำรวจมณฑล Hunan ได้เปิดการสอบสวนกรณีนี้แล้ว ท่ามกลางการจับตาของสาธารณชนต่อมาตรการบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยทางอากาศของจีน ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมประเมินว่า ในระยะยาว เมื่อเทคโนโลยีและระบบกำกับดูแลพัฒนาไปมากขึ้น จีนอาจพิจารณาเปิดให้การบินโดรนทำการบินได้สูงถึง 6,000 เมตร ภายใต้กรอบควบคุมที่เข้มงวดกว่าเดิม เพื่อให้เดินหน้าเศรษฐกิจระดับความสูงต่ำควบคู่กับการรักษาความปลอดภัยของการบินพาณิชย์








