มูลค่าการส่งออกของจีนในปี 2025 ขยายตัว 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 26.98 ล้านล้านหยวน หรือราว 3.87 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้เศรษฐกิจชะลอตัว และยังเผชิญกำแพงภาษีรวมถึงข้อจำกัดทางการค้าจากสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำสถานะจีนในฐานะประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของโลก
แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงกระจุกตัวอยู่ในมณฑลอุตสาหกรรมตามแนวชายฝั่ง โดย Guangdong ยังคงเป็นมณฑลส่งออกใหญ่ที่สุด มูลค่าส่งออกปี 2025 อยู่ที่ 6.03 ล้านล้านหยวน ตามมาด้วย Jiangsu และ Zhejiang สะท้อนบทบาทของภูมิภาคชายฝั่งในฐานะศูนย์กลางการผลิตและโลจิสติกส์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนโดยรวม
ในระดับภูมิภาค กลุ่ม Yangtze River Delta ซึ่งรวม Jiangsu, Zhejiang และ Shanghai มียอดส่งออก 10.85 ล้านล้านหยวน คิดเป็น 40.2% ของการส่งออกทั้งประเทศ ขณะที่กลุ่ม Pearl River Delta นำโดย Guangdong มียอดส่งออก 5.83 ล้านล้านหยวน สองภูมิภาคนี้รวมกันมีส่วนต่อการขยายตัวของการส่งออกจีนมากกว่า 60% ตอกย้ำบทบาทในฐานะเครื่องยนต์หลักของภาคการผลิตและการค้า
ไฮเทค-ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และนัยต่อผู้ส่งออกไทย
ท่ามกลางแรงกดดันต่อผู้ผลิตรับจ้างแบบดั้งเดิมและธุรกิจที่พึ่งพาตลาดเดียวสูง จีนเร่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม โดยการส่งออกสินค้า electromechanical, สินค้าพลังงานใหม่, สินค้าอุตสาหกรรมไฮเอนด์ และสินค้า intermediate goods แสดงความทนทานมากกว่าเซกเตอร์ดั้งเดิม แม้ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นและอัตรากำไรที่บางลง
ข้อมูลศุลกากรระบุว่า การส่งออกสินค้า hi-tech ในปี 2025 เติบโต 13.2% เมื่อเทียบปีก่อน คิดเป็น 2.4 จุดเปอร์เซ็นต์ของอัตราการเติบโตการส่งออกโดยรวม หมวดสินค้าเครื่องจักรเฉพาะทางเติบโต 20.6% เครื่องจักรกลความแม่นยำสูงเพิ่มขึ้น 21.5% ส่วนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขยายตัวแรง 48.7% โดยฐานการผลิตและผู้ส่งออกส่วนใหญ่กระจุกอยู่ใน Guangdong, Jiangsu, Zhejiang และ Shanghai
หุ่นยนต์อุตสาหกรรมยังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยในปี 2025 จีนมีการส่งออกหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากกว่านำเข้าเป็นครั้งแรก การส่งออกเพิ่มขึ้น 8.7% สะท้อนศักยภาพการแข่งขันที่ดีขึ้นของจีนในห่วงโซ่อุปทานอุปกรณ์การผลิตขั้นสูง และการขยับบทบาทจากผู้ซื้อเทคโนโลยีไปสู่ผู้จัดหาหลักให้ตลาดโลก
สำหรับไทย แนวโน้มการส่งออกจีนที่หันไปเน้นสินค้าเทคโนโลยีสูงและสินค้าอุตสาหกรรมขั้นกลางมากขึ้น จะส่งผลต่อโครงสร้างการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเครื่องจักร และยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน การเติบโตของเขตอุตสาหกรรม Guangdong, Jiangsu, Zhejiang และ Shanghai ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของบริษัทยักษ์ใหญ่ อาจดึงดูดการลงทุนจากบริษัทไทยให้เข้าไปเชื่อมต่อเครือข่ายการผลิตและโลจิสติกส์ในจีนมากขึ้น โดยเฉพาะในเซกเตอร์ชิ้นส่วน ระบบ automation และบริการขนส่งระหว่างประเทศ








