บริษัทโลจิสติกส์จีนเผชิญแรงกดดันรุนแรงจากสงคราม US-Israeli ต่อ Iran ที่ปะทุในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เส้นทางขนส่งถูกตัดขาด ราคาน้ำมันดิบผันผวน และค่าระวางเรือรวมถึงค่าขนส่งทางอากาศปรับตัวสูงขึ้น กดดันต้นทุนการค้าโลกโดยรวม นักธุรกิจในอุตสาหกรรมประเมินว่าผลกระทบอาจยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน แม้สัญญาณจากสหรัฐบ่งชี้ว่าสงครามอาจยุติลงได้ในไม่ช้า
โลจิสติกส์จีนเร่งเปลี่ยนฮับ-หาเส้นทางใหม่
สงครามทำให้สินค้าจาก e-commerce จำนวนมากที่ต้องผ่านจุดเปลี่ยนถ่ายในตะวันออกกลางติดค้าง ขณะเดียวกันเส้นทางทรานซิตหลักหลายสายถูกจำกัดการเดินทางหรือมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงสูงขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการขนส่งจีนต้องเร่งปรับเครือข่ายโลจิสติกส์ใหม่ ทั้งการเปลี่ยนสนามบินศูนย์กลางและท่าเรือ รวมถึงหันไปใช้เส้นทางอ้อมที่ยาวขึ้นและมีต้นทุนสูงกว่า
การปะทะเดิมในทะเลแดงจากการโจมตีเรือพาณิชย์และเรือรบโดยกลุ่ม Houthi เพื่อกดดันสงคราม Gaza เคยเป็นตัวเร่งให้บริษัทจีนย้ายเส้นทางไปใช้ฮับใหม่ในตะวันออกกลาง เช่น Doha แล้วเชื่อมต่อไปยุโรป อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของความขัดแย้งไปถึง Iran ทำให้กลยุทธ์ดังกล่าวย้อนกลับมาเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติม และทำให้บริษัทที่เพิ่งลงทุนเปลี่ยนฮับต้องเผชิญค่าใช้จ่ายและความไม่แน่นอนสูงกว่าที่คาด
แม้บางบริษัทเริ่มมองหาโอกาสใช้เส้นทางผ่านเอเชียกลางเป็นทางเลือกสำรอง เพื่อลดการพึ่งพาเส้นเลือดหลักในตะวันออกกลาง แต่เครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อเที่ยวบินและเส้นทางรถไฟ รวมถึงขีดความสามารถของด่านศุลกากรในภูมิภาคดังกล่าวยังมีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถทดแทนเส้นทางเดิมได้เต็มที่ในระยะสั้น
สำหรับไทย ผลกระทบสำคัญอยู่ที่ต้นทุนโลจิสติกส์นำเข้า-ส่งออกที่เชื่อมกับจีนและยุโรปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากค่าระวางเรือและค่าใช้จ่ายเบี่ยงเส้นทางที่ถูกผลักภาระมายังผู้ส่งออก-นำเข้า และอาจกระทบราคาและระยะเวลาขนส่งของสินค้าไทยที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจีน โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และสินค้าค้าปลีกผ่าน e-commerce ที่มีการเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ฮับตะวันออกกลางเป็นหลัก








