เงินหยวนของจีนเริ่มมีบทบาทเด่นขึ้นในฐานะสกุลเงินระดมทุนของภาคธุรกิจที่ต้องการขยายการลงทุนในต่างประเทศ หลังทางการปักกิ่งและ Hong Kong ปรับเพิ่มโควตาโครงการ RMB Business Facility (RBF) เป็น 200,000 ล้านหยวน ช่วยให้ต้นทุนสินเชื่อสกุลหยวนต่ำลงและมีเสถียรมากขึ้นในตลาดนอกจีนแผ่นดินใหญ่
ขยายโครงการ RBF หนุนการใช้หยวนในภูมิภาค
การขยายโครงการ RBF ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันจันทร์ ครอบคลุมธนาคารจำนวนมากขึ้น รวมถึงสาขาในต่างประเทศ และขยายวัตถุประสงค์การใช้เงินจากเดิมที่เน้นด้าน trade finance ไปสู่การใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและการลงทุนด้านสินทรัพย์ถาวร (capex) ทำให้บริษัทสามารถกู้ยืมเป็นหยวนจากธนาคารที่เข้าร่วมกว่า 40 แห่ง โดยใช้อัตราดอกเบี้ยอิงตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยสกุล Hong Kong dollar ประมาณครึ่งหนึ่ง
การเพิ่มโควตาและขยายขอบเขตการใช้สะท้อนแนวโน้มที่บริษัทจีนและต่างชาติหันมาใช้เงินหยวนมากขึ้นทั้งในตลาดสินเชื่อและตราสารหนี้ สอดคล้องกับความพยายามของปักกิ่งในการผลักดันการใช้สกุลเงินหยวนในระดับสากลที่ดำเนินมาตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2008 ขณะเดียวกัน เงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น และกระแสการปรับพอร์ตออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์สหรัฐ ก็ช่วยหนุนความต้องการใช้สกุลเงินจีนในธุรกรรมระหว่างประเทศ
ธนาคารใน Hong Kong ระบุว่า สภาพคล่องเงินหยวนที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ RBF ทำให้สามารถเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อและโครงสร้างทางการเงินในสกุลหยวนได้หลากหลายกว่าเดิม โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่ต้องการแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำเพื่อตอบรับการจัดโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ และการขยายฐานการผลิตไปยังภูมิภาคอื่นในเอเชีย
สำหรับไทย การขยายตัวของการใช้เงินหยวนผ่าน Hong Kong และความเชื่อมโยงกับประเทศใน Asean ส่งผลให้ภาคธุรกิจไทยที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมกับจีนหรือใช้ Hong Kong เป็นศูนย์กลางการเงิน มีทางเลือกมากขึ้นในการกู้ยืมและชำระค่าสินค้าเป็นสกุลหยวน ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ และสร้างบทบาทที่มากขึ้นของสกุลหยวนในธุรกรรมการค้าของไทยในระยะถัดไป








