ผู้บริโภคจีนจำนวนมากหันมามองว่าสินค้าญี่ปุ่น “ไม่คุ้มจะบอยคอต” อีกต่อไป หลังกระแสชาตินิยมรอบใหม่จากถ้อยแถลงเกี่ยวกับไต้หวันของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น Sanae Takaichi แทบไม่ก่อให้เกิดการรณรงค์ต่อต้านสินค้าเหมือนในอดีต ขณะที่ตลาดภายในประเทศจีนกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญไปสู่การยอมรับและเลือกใช้แบรนด์ท้องถิ่นแทนสินค้าต่างชาติ
ตลอดช่วงความตึงเครียดทางการทูตในอดีต สินค้าอุปโภคบริโภคจากญี่ปุ่นมักตกเป็นเป้าแรกของการบอยคอต ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน อุปกรณ์ดิจิทัล ไปจนถึงรถยนต์ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็น “ของต้องมี” สำหรับชนชั้นกลางจีน แต่ปัจจุบันภาพดังกล่าวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อแบรนด์จีนสามารถพัฒนาคุณภาพ เทคโนโลยี และภาพลักษณ์ขึ้นมาแข่งขันได้อย่างใกล้เคียง หรือแม้แต่เข้ามาแทนที่สินค้าเหล่านั้นแล้ว
แบรนด์จีนขึ้นแท่นตัวเลือกหลัก ลดแรงขับกระแสบอยคอต
ปรากฏการณ์นี้ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากรู้สึกว่า ไม่เหลือสินค้าญี่ปุ่นที่มีน้ำหนักมากพอจะใช้เป็นสัญลักษณ์ของการบอยคอตเชิงการเมืองอีกต่อไป เพราะความสำคัญในมิติไลฟ์สไตล์และสถานะทางสังคมของแบรนด์ญี่ปุ่นในชีวิตประจำวันลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต
การแข่งขันจากผู้ผลิตจีนจึงกลายเป็นความท้าทายหลักของแบรนด์ต่างชาติทุกสัญชาติในตลาดจีน ไม่เฉพาะญี่ปุ่น โดยยุคที่ผู้บริโภคจีนยอมจ่ายแพงเพื่อครอบครองแบรนด์หรูหรือสินค้าพรีเมียมจากต่างประเทศกำลังจบลง ทดแทนด้วยความมั่นใจในคุณภาพและดีไซน์ของสินค้าภายในประเทศ
แนวโน้มใหม่สะท้อนผ่านการแต่งกายด้วยแฟชั่นจีนสมัยใหม่ การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์จีนในบ้าน ไปจนถึงการหันมาขับรถยนต์ผลิตในประเทศ ซึ่งกลายเป็นพฤติกรรมกระแสหลักในเมืองใหญ่ของจีน การยึดโยงด้านอัตลักษณ์และความภูมิใจในสินค้าจีนจึงมีน้ำหนักมากกว่าการใช้การบอยคอตสินค้าต่างชาติเป็นเครื่องมือแสดงจุดยืนทางการเมืองเหมือนในอดีต








