Jim Cramer ผู้ดำเนินรายการ “Mad Money” ทาง CNBC มองว่าการเทขายหุ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ควรทำให้นักลงทุนถอยออกจากตลาด โดยเชื่อว่าโอกาสระยะยาวยังอยู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของ “computer-driven economy” โดยเฉพาะ AI, cloud และ data center ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทนำใน “new economy” ของสหรัฐฯ
โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่พยุงหุ้นเทคโนโลยีทนแรงกดดัน
Cramer ให้เหตุผลว่าความผันผวนจากปัจจัยมหภาคอย่างสงคราม หรือตึงเครียดในตะวันออกกลาง กระทบตลาดผ่านช่องทางราคาน้ำมันและดอกเบี้ยเป็นหลัก ส่งผลต่อดัชนี Dow Jones Industrial Average ที่ร่วงกว่า 1% พร้อมกับราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดขึ้น อย่างไรก็ดี เขามองว่าการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคอมพิวเตอร์ยังเดินหน้าต่อเนื่อง และช่วยพยุงบางเซกเตอร์ให้รับมือแรงกดดันได้ดีขึ้น
ในมุมมองของเขา เศรษฐกิจสหรัฐกำลังหมุนรอบความต้องการ “compute” หรือพลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการด้าน AI infrastructure, cloud service, data center และบริการดิจิทัลยังขยายตัวต่อ แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงและต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น จึงทำให้หุ้นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีความทนทานกว่ากลุ่มที่พึ่งพาวัฏจักรเศรษฐกิจดั้งเดิมและต้นทุนทางการเงินเป็นหลัก
เขายกตัวอย่าง Amazon ว่าเป็นบริษัทที่ออกแบบโมเดลธุรกิจให้รับแรงกดดันได้จากหลายด้าน ทั้งเครือข่ายโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ ธุรกิจ cloud ที่เติบโต และการต่อยอดเข้ากระแส AI ทำให้ยังเป็นหนึ่งในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนดีในปีนี้ ขณะเดียวกัน กลยุทธ์เน้นราคาต่ำช่วยให้ Amazon มีความได้เปรียบเมื่อผู้บริโภครัดเข็มขัด ซึ่งลดความเสี่ยงจากการชะลอตัวของการใช้จ่าย
สัญญาณต่อเมกะเทรนด์ลงทุนของนักลงทุนไทย
Cramer ระบุว่าภาวะตลาดอ่อนตัวจากเหตุการณ์ระดับมหภาคอาจสร้าง “ความเจ็บปวดระยะสั้น” แต่ภาพใหญ่ยังเป็นแนวโน้มที่เศรษฐกิจและตลาดทุนย้ายฐานไปพึ่งพาระบบคอมพิวเตอร์และดิจิทัลมากขึ้น โดยมองว่าส่วนสำคัญของเศรษฐกิจใหม่นี้ไม่ได้ตอบสนองต่อราคาน้ำมันหรือดอกเบี้ยเท่ากับปัจจัยด้านเทคโนโลยี ความต้องการข้อมูล และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
สำหรับนักลงทุนไทย มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่าเมกะเทรนด์ AI, cloud และ data center ยังคงเป็นธีมการลงทุนหลักทั่วโลก ซึ่งมีผลต่อทั้งหุ้นเทคโนโลยีไทยที่เชื่อมโยงกับการลงทุน data center รวมถึงกองทุนที่เน้นลงทุนต่างประเทศในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐ โดยความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์อาจสร้างจังหวะให้ผู้ลงทุนทยอยสะสมสินทรัพย์ตามธีมเศรษฐกิจใหม่มากกว่าการลดความเสี่ยงแบบถอนตัวทั้งหมดจากตลาดทุน.
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/05/04/jim-cramer-own-stocks-dominate-new-economy.html








