ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลหลักร่วงแรงในช่วงเปิดเดือนธันวาคม โดย Bitcoin และ ethereum ปรับตัวลงต่อเนื่องจากกระแสขายทำกำไร ขณะที่บรรยากาศลงทุนทั่วโลกกลับเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และแรงกดดันเพิ่มขึ้นหลังธนาคารกลางจีนออกคำเตือนเกี่ยวกับกิจกรรมผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัล
ณ เวลา 8:11 น. ตามเวลานิวยอร์กวันจันทร์ Bitcoin ซื้อขายบริเวณประมาณ 85,959 ดอลลาร์ ลดลงเกือบ 6% ส่วน ethereum ร่วงราว 6.6% มาอยู่แถว 2,827 ดอลลาร์ ขณะที่ Solana ดิ่งมากกว่า 7% เหลือราว 127 ดอลลาร์ และโทเคนยอดนิยมอื่นๆ อย่าง dogecoin อ่อนค่าราว 9% ส่งผลให้ตลาดคริปโตส่วนใหญ่ปรับตัวลงตามกัน
ในเอเชีย หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงถูกเทขายอย่างหนัก หลัง People’s Bank of China เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ เตือนเกี่ยวกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายซึ่งเชื่อมโยงกับสกุลเงินดิจิทัล กดดันมุมมองของนักลงทุนต่อธุรกิจคริปโตในภูมิภาค
เลเวอเรจสูง-ความไม่แน่นอนดอกเบี้ยเพิ่มแรงเหวี่ยง
นักวิเคราะห์ชี้ว่าการร่วงลงรอบนี้เกิดขึ้นบนพื้นฐานโครงสร้างตลาดที่มีการใช้ leverage สูงในตลาดอนุพันธ์คริปโต โดยมีการประเมินว่ามีตำแหน่ง leverage ใน perpetual crypto futures คงค้างสูงราว 787,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับมูลค่าการลงทุนใน ETF ประมาณ 135,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ตลาดเปราะบางต่อการถูกบังคับขายหรือ exchange liquidation มูลค่าสูงระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์เมื่อราคาเคลื่อนไหวแรง
แรงกดดันในวันจันทร์ยังต่อเนื่องจากการเทขายรุนแรงในเดือนตุลาคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและเพิ่มความเชื่อมโยงของราคา Bitcoin กับดัชนีหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐอย่าง Nasdaq ขณะเดียวกันโครงสร้างผู้เล่นที่ยังมีสัดส่วนรายย่อยสูง และการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ที่โปร่งใสน้อย ยิ่งเพิ่มความผันผวนเมื่อเกิดแรงขายพร้อมกัน
ด้านปัจจัยมหภาค นักลงทุนยังเผชิญความไม่แน่นอนเรื่องจังหวะการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ และความกังวลว่าหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อาจมีมูลค่าสูงเกินพื้นฐาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตลาดการเงินผันผวนในเดือนพฤศจิกายน และส่งแรงสะเทือนมาถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต
สำหรับนักลงทุนไทย การร่วงลงรุนแรงของ Bitcoin, ethereum และ altcoin สำคัญ ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าพอร์ตคริปโต รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงราคาคริปโตในประเทศ ขณะที่ตลาดโลกที่กลับเข้าสู่ภาวะ risk-off อาจเพิ่มความผันผวนให้กับหุ้นเทคโนโลยีและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ blockchain ในตลาดหุ้นไทย ซึ่งควรจับตาความเสี่ยงจาก leverage และการถูกบังคับขายในตลาดต่างประเทศที่อาจซ้ำเติมแรงเหวี่ยงของราคาในระยะสั้น
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/01/bitcoin-ethereum-fall-sharply-as-crypto-sell-off-resumes-.html








