ตลาดการเงินสหรัฐจับตาการประชุม Federal Reserve สัปดาห์นี้ ซึ่งคาดกันอย่างกว้างขวางว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25 จุด สู่ช่วง 3.5%-3.75% ถือเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่สามในปี 2025 ต่อเนื่องจากวงจรลดดอกเบี้ยที่เริ่มตั้งแต่กันยายน 2024 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าจะลดความน่าสนใจของสินทรัพย์เงินสดปลอดภัย และช่วยหนุนหุ้นปันผลให้โดดเด่นขึ้นในฐานะแหล่งสร้างรายได้ประจำ
ในช่วงก่อนหน้า Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี 2022 จากระดับเกือบศูนย์ไปสู่ช่วงสูงสุด 5.25%-5.5% ในเดือนกรกฎาคม 2023 เพื่อสกัดเงินเฟ้อสูงสุดในรอบสี่ทศวรรษ ส่งผลให้ผลตอบแทนจากเงินฝากประจำ (CD), money market funds และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้น จนดึงเงินทุนจำนวนมากออกจากตลาดหุ้น โดยเงินใน money market funds เพิ่มจากราว 4.8 ล้านล้านดอลลาร์ปลายปี 2020 เป็น 7.65 ล้านล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าเมื่อ Fed เริ่มลดดอกเบี้ย ผลตอบแทนสินทรัพย์ปลอดภัยเหล่านี้เริ่มปรับตัวลง ดัชนีผลตอบแทนเฉลี่ย 7 วันของ money market funds ขนาดใหญ่ 100 กองอยู่ที่ 3.79% ลดลงราว 1 จุดเปอร์เซ็นต์จากปลายกันยายน 2024 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของ CD อายุ 3 ปีลดลงมาอยู่ที่ 3.6% ในเดือนพฤศจิกายน จาก 4.3% เมื่อต้นปี ตามข้อมูลของ Fed
ดอกเบี้ยขาลงหนุนหุ้นปันผล – โอกาสของตลาดไทย
การที่ผลตอบแทนเงินสดและตราสารหนี้ระยะสั้นลดลง อาจผลักให้นักลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำหันกลับมาพิจารณาหุ้นปันผลมากขึ้น แม้หุ้นมีความเสี่ยงด้านราคาสูงกว่า แต่เปิดโอกาสรับทั้งส่วนต่างราคาและเงินปันผลสม่ำเสมอ ทั้งนี้ต้องคำนึงด้วยว่าหากราคาหุ้นปรับตัวขึ้น อัตรา dividend yield จะลดลงตามกลไกของตลาด
ภายใต้สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยขาลง กลยุทธ์ของนักลงทุนสหรัฐจำนวนหนึ่งคือการคัดเลือกหุ้นคุณภาพสูงที่มีประวัติการจ่ายและเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่อง เช่น กลุ่ม “dividend aristocrats” อย่าง Procter & Gamble, Linde และ Dover รวมถึงหุ้นบริโภคและค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น Nike, Starbucks และ Home Depot ซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์ทั้งจากภาพเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ไม่ใช่เพียงแค่ dividend yield ที่ดูน่าสนใจมากขึ้น
มุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยการเมือง เนื่องจากประธานาธิบดี Donald Trump เตรียมเสนอชื่อประธาน Fed คนใหม่แทน Jerome Powell โดย Trump แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการเห็นดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ สร้างความคาดหวังว่าทิศทางผ่อนคลายอาจยืดเยื้อกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ แม้รายละเอียดแนวทางของคณะกรรมการนโยบายการเงินชุดใหม่ยังไม่ชัดเจน
สำหรับนักลงทุนไทย แนวโน้มลดดอกเบี้ยของ Fed มีนัยสำคัญต่อเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งอาจเอื้อต่อเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมถึงไทย โดยเฉพาะหุ้นปันผลขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทยที่มีฐานะการเงินแข็งแรงและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ อาจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เมื่อผลตอบแทนสินทรัพย์เงินสดต่างประเทศเริ่มลดลง และส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างหุ้นกับตราสารหนี้กว้างขึ้นในรอบใหม่ของดอกเบี้ยขาลงทั่วโลก








