หุ้น General Motors (GM) ทำสถิติปรับขึ้นแรงสุดนับตั้งแต่กลับมาจดทะเบียนหลังล้มละลายในปี 2009 และมีแนวโน้มปิดปี 2025 ในฐานะหุ้นผู้ผลิตรถยนต์ที่จดทะเบียนในสหรัฐซึ่งให้ผลตอบแทนสูงสุด แซงหน้า Tesla, Ford Motor และค่ายอื่นที่ซื้อขายในตลาดสหรัฐ
ข้อมูลจาก FactSet ระบุว่า ราคาหุ้น GM ปรับขึ้นมากกว่า 55% แตะระดับสูงสุดใหม่เกิน 80 ดอลลาร์ต่อหุ้น ณ ราคาปิดวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำสถิติผลตอบแทนรายปีสูงกว่าปีก่อนที่เพิ่มขึ้น 48.3% โดยเฉพาะเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียวหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 13% และปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ห้า
ผลตอบแทนของ GM ปีนี้โดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นยานยนต์รายอื่น โดย Tesla ให้ผลตอบแทนราว 17% Ford เพิ่มขึ้น 34% ขณะที่ Stellantis ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากยุโรปปรับตัวลดลงราว 15% ส่วน Honda Motor และ Toyota Motor ที่ซื้อขายในตลาดสหรัฐปรับขึ้นในระดับต่ำกว่า
งบดี-นโยบายสหรัฐหนุน มุมมองเชิงบวกหนุนเป้าหุ้นใหม่
แรงหนุนสำคัญมาจากผลประกอบการล่าสุดของ GM ที่ออกมาดีกว่าคาด กระตุ้นให้โบรกเกอร์ใน Wall Street ปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมาย โดยในช่วงห้าปีที่ผ่านมา GM มีกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เกือบทุกไตรมาส ยกเว้นไตรมาสสองปี 2022 นักวิเคราะห์ชี้ว่าความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด ความยืนหยัดของกำไร และประวัติการคืนผลประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นผ่านการทำ stock buyback เป็นปัจจัยหลักที่หนุนมูลค่า
การคาดการณ์เชิงบวกต่อ GM ยังได้แรงเสริมจากทิศทางนโยบายสหรัฐภายใต้รัฐบาล Trump ที่ผ่อนคลายกฎเกณฑ์มาตรฐานประหยัดน้ำมันและการปล่อยไอเสีย รวมถึงการยกเลิกบทลงโทษที่ใช้ในยุครัฐบาล Biden และการเจรจาใหม่ในข้อตกลงการค้ากับเกาหลีใต้ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของ GM แม้ยังมีแรงกดดันจากภาษีนำเข้าบางส่วน แต่ภาพรวมถือว่าเอื้อต่อผู้ผลิตรถยนต์ที่เน้นตลาดอเมริกาเหนือ
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญภาวะชะลอตัวยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มรุ่นที่มีกำไรต่ำ ทำให้นักวิเคราะห์บางรายมองว่าโครงสร้างธุรกิจของ GM ที่เน้นตลาดอเมริกาเหนือและการบริหารสต็อกอย่างรัดกุม ช่วยให้บริษัทรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานและอัตราผลตอบแทนได้ดีกว่าคู่แข่งหลัก
ด้านมุมมองจากสถาบันการเงิน UBS ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 12 เดือนของหุ้น GM ขึ้น 14% เป็น 97 ดอลลาร์ต่อหุ้น พร้อมระบุให้เป็นหุ้นเด่นกลุ่มยานยนต์สำหรับปี 2026 ขณะที่ Morgan Stanley ปรับคำแนะนำหุ้น GM ขึ้นเป็นระดับ overweight กำหนดราคาเป้าหมายที่ 90 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยเฉลี่ยแล้ว ข้อมูลจาก FactSet ระบุว่านักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมของ GM อยู่ที่ 80.86 ดอลลาร์ต่อหุ้น และส่วนใหญ่ให้คำแนะนำในระดับ overweight
ภายใต้ภาวะราคาหุ้นพุ่งทำสถิติ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมีการขายหุ้นออกบางส่วน ตามข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะที่ GM ยืนยัน ระบุว่า Mary Barra CEO ของบริษัท ได้ใช้สิทธิซื้อหุ้นและขายหุ้นรวมราว 1.8 ล้านหุ้นในปีนี้ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 73 ล้านดอลลาร์ แต่ ณ งบการเงินล่าสุดเดือนกันยายน เธอยังคงถือหุ้น GM มากกว่า 433,500 หุ้น มูลค่ามากกว่า 35 ล้านดอลลาร์ โดยผลตอบแทนส่วนใหญ่ของทีมผู้บริหารยังอยู่ในรูปแบบหุ้นและ option
แนวโน้มต่อไป นักลงทุนจับตาการดำเนินการ buyback หุ้นของ GM ซึ่งฝ่ายบริหารย้ำว่าจะเดินหน้าต่อ หากมองว่าราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน ขณะที่บริษัทคาดว่าผลประกอบการปีหน้าจะดีกว่าปี 2025 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของตลาดทุนต่อทิศทางของ GM ในระยะกลางถึงยาว
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/29/gm-stock-tesla-ford.html








