การปิดช่องแคบ Hormuz จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาปุ๋ยโลกปรับตัวขึ้นรวดเร็ว โดยราคาปุ๋ยชนิด liquid fertilizer ผันผวนทันที และหนุนให้หุ้นผู้ผลิตปุ๋ยในอเมริกาเหนืออย่าง Nutrien และ LSB Industries ปรับตัวขึ้นแรง จากมุมมองเชิงบวกของนักวิเคราะห์สถาบันการเงินสหรัฐ
ช่องแคบ Hormuz เป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญเชื่อมระหว่าง Persian Gulf กับ Gulf of Oman ใช้ขนส่งทั้งน้ำมันและปุ๋ย ซึ่งผลิตจากผลพลอยได้ของกระบวนการกลั่นน้ำมันหรือจากก๊าซธรรมชาติ methane การปิดเส้นทางดังกล่าวและการหยุดผลิตของผู้ผลิตในตะวันออกกลางทำให้ตลาดปุ๋ยโลกตึงตัวรุนแรง โดยราคา U.S. Gulf NOLA urea-ammonium nitrate ปรับขึ้นแล้วราว 21% ตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ ตามข้อมูลของ Jefferies
โอกาสของผู้ผลิตปุ๋ยอเมริกาเหนือท่ามกลางภาวะตึงตัว
Jefferies ระบุว่า ผู้ผลิตในอเมริกาเหนืออย่าง Nutrien และ LSB Industries ได้รับประโยชน์จากราคาปุ๋ยที่พุ่งขึ้น เนื่องจากอยู่ห่างจากพื้นที่สู้รบทางภูมิศาสตร์ แต่ราคาขายในประเทศถูกดันขึ้นตามภาวะตึงตัวของตลาด ขณะเดียวกันเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิในซีกโลกเหนือ ซึ่งเป็นจังหวะที่เกษตรกรต้องเร่งซื้อปุ๋ยเพิ่ม
Jefferies ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น Nutrien เป็น “ซื้อ” พร้อมยกเป้าหมายราคาเป็น 96 ดอลลาร์ จากเดิม 74 ดอลลาร์ คิดเป็นอัพไซด์ราว 21% จากราคาปิดวันพุธ และปรับเพิ่มเป้าหมายราคา LSB Industries เป็น 15 ดอลลาร์ จาก 11 ดอลลาร์ แม้ยังคงคำแนะนำ “ถือ” โดยในช่วงเดือนที่ผ่านมา หุ้น Nutrien ปรับขึ้นแล้วราว 19% ขณะที่ LSB Industries พุ่งขึ้นถึง 57%
ปัญหาโลจิสติกส์–อุปทานตึงตัว หนุนราคาเร่งตัว
ข้อมูลจาก Morgan Stanley ระบุว่า ช่องแคบ Hormuz เป็นเส้นทางขนส่ง ammonia ราว 27% และ urea ประมาณ 35% ของปริมาณซื้อขายทั่วโลก แม้หากช่องแคบกลับมาเปิด การค้าปุ๋ยยังอาจใช้เวลาฟื้นตัว ทั้งนี้ในช่วงต้นมีนาคม QatarEnergy ได้หยุดผลิต liquefied natural gas ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของปุ๋ยไนโตรเจนประเภท ammonia และ urea ยิ่งซ้ำเติมปัญหาอุปทาน
Morgan Stanley ชี้ว่า อุปสรรคด้านโลจิสติกส์และการผลิตในช่วงนี้กำลังกดดันให้เกิดภาวะราคาปุ๋ยเร่งตัวสูงในระยะสั้น และผลกระทบจะรุนแรงเพียงใดขึ้นกับระยะเวลาความขัดแย้ง โดยสถานการณ์ดังกล่าวซ้อนทับกับช่วง “peak demand” ของฤดูกาลเกษตรในซีกโลกเหนือ ท่ามกลางตลาดปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสเฟต และโพแทชที่ตึงตัวอยู่ก่อนแล้ว
สำหรับไทย การปิดช่องแคบ Hormuz และการหยุดผลิตของผู้ส่งออกในตะวันออกกลางอาจทำให้ต้นทุนปุ๋ยนำเข้าของผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้น และกดดันต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรในช่วงฤดูกาลผลิตถัดไป โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจนและ urea ที่ไทยนำเข้าพึ่งพาตลาดโลกเป็นหลัก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาปุ๋ยในประเทศมีแนวโน้มขยับขึ้นตามทิศทางตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้








