stackmeet.co
วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2026
  • หน้าแรก
    • ข่าวเศรษฐกิจ
    • ตลาดหุ้น
    • สินทรัพย์และการลงทุน
    • ธุรกิจและบริษัท
    • นโยบายและภูมิรัฐศาสตร์
    • ความรู้การลงทุน
  • เครื่องมือคำนวณการลงทุน
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
stackmeet.co
  • หน้าแรก
    • ข่าวเศรษฐกิจ
    • ตลาดหุ้น
    • สินทรัพย์และการลงทุน
    • ธุรกิจและบริษัท
    • นโยบายและภูมิรัฐศาสตร์
    • ความรู้การลงทุน
  • เครื่องมือคำนวณการลงทุน
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
stackmeet.co
No Result
View All Result
Home ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นโลกจับตา ช่องแคบฮอร์มุซ จ่อเขย่าราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อ

by Rahat Wisadesing
พฤษภาคม 12, 2026
in ตลาดหุ้น
ตลาดหุ้นโลกจับตา Strait of Hormuz จ่อเขย่าราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อ
Share on FacebookShare on Twitter

ตลาดหุ้นโลกเตรียมรับความผันผวนสูงในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่เสี่ยงกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่าน Strait of Hormuz การเร่งตัวของราคาน้ำมัน และแรงกดดันเงินเฟ้อ ควบคู่กับสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

ความเสี่ยง Strait of Hormuz กับน้ำมัน-จีน-ภูมิรัฐศาสตร์

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่นักลงทุนจับตาคือสถานการณ์ใน Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณหนึ่งในห้าของการบริโภคน้ำมันโลก ขณะนี้การเดินเรือเกือบหยุดชะงักจากความเสี่ยงที่เรือบรรทุกน้ำมันอาจถูกโจมตี ทำให้ประเทศผู้ผลิตเริ่มลดกำลังการผลิตเพราะขาดพื้นที่เก็บสำรอง แม้รัฐบาลสหรัฐเพิ่งประกาศโครงการประกันภัยเรือบรรทุกน้ำมันวงเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์เพื่อจูงใจให้เดินเรือกลับมาปกติ แต่ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจน

ผลกระทบถูกจับตาเป็นพิเศษต่อจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียจำนวนมากผ่าน Strait of Hormuz การสะดุดของอุปทานอาจกดดันเศรษฐกิจจีน และเพิ่มความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทานชิปขั้นสูงที่กระจุกตัวในไต้หวัน หากสถานการณ์ลุกลามอาจกระทบทั้งเศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นอย่างรุนแรง

เงินเฟ้อสหรัฐ ตลาดแรงงาน และความเสี่ยง stagflation

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ สัปดาห์นี้ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกุมภาพันธ์จะประกาศวันพุธ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดเพิ่มขึ้นปีต่อปีราว 2.4% ขณะที่ดัชนีเงินเฟ้อรายจ่ายการบริโภคส่วนบุคคล (core PCE) ที่ธนาคารกลางสหรัฐใช้เป็นตัวชี้วัดหลักจะออกข้อมูลของเดือนมกราคมล่าช้าเพราะปัญหาปิดหน่วยงานรัฐบาล ตัวเลขทั้งสองชุดจึงยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสงครามและราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น แต่ยังใช้ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อด้านอื่น โดยเฉพาะค่าเช่าบ้าน ก่อนนำมาปรับมุมมองตามระดับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ตลาดแรงงานสหรัฐถูกจับตามองท่ามกลางความกังวลว่าอาจเริ่มอ่อนแอ หลังตัวเลขจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์หดตัว 92,000 ตำแหน่ง ตรงข้ามกับที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น นักลงทุนรอติดตามรายงาน JOLTS วันศุกร์ ซึ่งสะท้อนจำนวนตำแหน่งงานว่างและอัตราการลาออกโดยสมัครใจ เพื่อประเมินความตึงตัวของตลาดแรงงาน รวมถึงผลของการเร่งใช้งาน AI ในภาคธุรกิจที่อาจเพิ่มประสิทธิภาพแต่กดดันการจ้างงานในบางช่วง

ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่เพิ่มขึ้นคือโอกาสเกิดภาวะ stagflation ในสหรัฐ จากการผสมผสานระหว่างเงินเฟ้อเร่งตัวเพราะราคาน้ำมัน กับสัญญาณชะลอตัวของการจ้างงาน ภาวะดังกล่าวจะทำให้ Fed ตัดสินใจยากขึ้นระหว่างการลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงตลาดแรงงาน กับการคงหรือตรึงดอกเบี้ยสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ระดับราคาน้ำมันในระยะถัดไปจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ตลาดให้ความสำคัญ

ชุดข้อมูลเศรษฐกิจ-งบบริษัทสหรัฐ และนัยต่อตลาดไทย

นอกจากข้อมูลเงินเฟ้อ ยังมีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญหลายรายการในสัปดาห์นี้ ทั้งรายงานยอดขายบ้านมือสอง ตัวเลขเริ่มสร้างบ้าน จ้างงานและลาออก และการปรับประมาณการครั้งที่สองของ GDP ไตรมาส 4 ซึ่งจะช่วยยืนยันทิศทางการเติบโตและภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนใหญ่บางราย เช่น Hewlett Packard Enterprise, Oracle, AeroVironment, Kohl’s, Dick’s Sporting Goods, Dollar General, Ulta Beauty และ Adobe จะให้ภาพเพิ่มเติมต่อทิศทางลงทุน data center งบป้องกันประเทศ และกำลังซื้อผู้บริโภคท่ามกลางค่าน้ำมันที่สูงขึ้น

สำหรับไทย ความตึงเครียดใน Strait of Hormuz และความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงจะกดดันต้นทุนน้ำมันนำเข้า ค่าไฟฟ้า และค่าขนส่ง ซึ่งอาจเร่งเงินเฟ้อในประเทศและเพิ่มความเสี่ยงต่อกำไรของธุรกิจพลังงาน การขนส่ง และภาคผู้บริโภค ขณะเดียวกัน หากเศรษฐกิจสหรัฐและจีนชะลอตัวจากผลกระทบดังกล่าว อาจกระทบคำสั่งซื้อสินค้าและรายได้จากการท่องเที่ยวของไทย ทำให้ตลาดหุ้นไทยจำเป็นต้องติดตามการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและทิศทางนโยบาย Fed อย่างใกล้ชิดในช่วงถัดไป

ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/03/08/here-are-the-4-big-things-were-watching-in-the-stock-market-in-the-week-ahead.html

Tags: Oil
  • Trending
  • Latest
DCA คืออะไร? อีก 1 กลยุทธ์ลงทุนสุดนิ่ง ที่มือใหม่ไม่ควรพลาด!

DCA คืออะไร? อีก 1 กลยุทธ์ลงทุนสุดนิ่ง ที่มือใหม่ไม่ควรพลาด!

มิถุนายน 17, 2026
3 กองทุน ETF ดาวโจนส์ล่าสุด ที่น่าลงทุนในปี 2026

3 กองทุน ETF ดาวโจนส์ล่าสุด ที่น่าลงทุนในปี 2026

มิถุนายน 19, 2026
ญี่ปุ่นทุ่มงบ 642 ล้านดอลลาร์ ตั้งศูนย์ต้นแบบชิป Hokkaido เริ่มเดินเครื่องปี 2029

ญี่ปุ่นทุ่มงบ 642 ล้านดอลลาร์ ตั้งศูนย์ต้นแบบชิป Hokkaido เริ่มเดินเครื่องปี 2029

พฤษภาคม 12, 2026
เงินเฟ้อคืออะไร? ทำความเข้าใจ 3 สาเหตุของเงินเฟ้อ

เงินเฟ้อคืออะไร? เจาะลึก 3 สาเหตุหลักและวิธีรับมือ

พฤษภาคม 7, 2026
หุ้นคืออะไร? เข้าใจความหมาย และหลักการลงทุนหุ้นพื้นฐาน ฉบับมือใหม่

หุ้นคืออะไร? ชวนเข้าใจก่อนลงทุน พร้อม 3 ความเสี่ยงที่ควรรู้

กรกฎาคม 3, 2026
ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร? เข้าใจหลักการใน 5 นาที

ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร? เข้าใจหลักการใน 5 นาที

กรกฎาคม 3, 2026
กองทุน RMF vs Thai ESG อย่างไหนดีกว่ากัน? เจาะลึกปี 2569

กองทุน RMF vs Thai ESG อย่างไหนดีกว่ากัน? เจาะลึกปี 2569

มิถุนายน 21, 2026
หุ้นปันผลคืออะไร? เข้าใจ Dividend Yield ภายใน 5 นาที

หุ้นปันผลคืออะไร? เข้าใจ Dividend Yield ภายใน 5 นาที

มิถุนายน 17, 2026
logo foooter (1)

About Us

  • About Stackmeet
  • ติดต่อเรา

กฎหมายและนโยบาย

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
  • ข้อสงวนสิทธิ์ (Disclaimer)

ติดตามเรา

No Result
View All Result
  • หน้าแรก
    • ข่าวเศรษฐกิจ
    • ความรู้การลงทุน
    • ตลาดหุ้น
    • นโยบายและภูมิรัฐศาสตร์
    • ธุรกิจและบริษัท
    • สินทรัพย์และการลงทุน
  • เครื่องมือคำนวณการลงทุน
  • About Stackmeet
  • ติดต่อเรา
  • ข้อสงวนสิทธิ์ (Disclaimer)
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)