ราคาทองคำและหุ้นกลุ่มเหมืองทองคำมีแนวโน้มได้แรงหนุนจากทิศทางดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐและดอลลาร์สหรัฐที่เริ่มอ่อนค่า เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากปลายปี 2025 สู่ปี 2026 โดยหุ้นเหมืองทองคำรายใหญ่อย่าง AngloGold Ashanti ถูกจับตาเป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนเชิงรับ หากภาวะตลาดหุ้นโลกผันผวนต่อเนื่อง
ภาพเทคนิค หุ้นสหรัฐ และสัญญาณชูทองคำ-เหมืองทอง
ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบมานานกว่า 2 เดือน โดย S&P 500 และ Nasdaq 100 แกว่งตัวในระดับใกล้เคียงกับเมื่อต้นเดือนตุลาคม สะท้อนภาวะตลาดที่ยังขาดทิศทางชัดเจน ขณะที่สถิติ seasonality ชี้ว่าเดือนธันวาคมโดยเฉลี่ยมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกทั้งใน S&P 500 และ Nasdaq แต่การเคลื่อนไหวจริงในช่วงครึ่งแรกของเดือนกลับอ่อนแรงกว่าค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์
ในเชิงเทคนิค S&P 500 ETF (SPY) แสดงสัญญาณรูปแบบ head and shoulders ซึ่งมักบ่งชี้โอกาสการปรับฐานลง แต่ดัชนีกำลังทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 และ 50 วัน ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ หากยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสกลับมาเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสถิติการฟื้นตัวของตลาดในช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคมที่มักถูกเรียกว่า Santa Claus rally
ด้านปัจจัยมหภาค อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ดีดตัวจากแนวรับระยะยาว เริ่มส่งสัญญาณว่าอาจเป็นภาวะ breakout ล้มเหลว เช่นเดียวกับดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงหลังทดสอบแนวต้านไม่ผ่าน การปรับลงพร้อมกันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวและดอลลาร์โดยทั่วไปถือเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงทองคำด้วย
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างราคาทองคำกับตลาดหุ้นโลกชัดเจนขึ้น ภายใต้สมมติฐานว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงและดอลลาร์ที่อ่อนค่ามักสนับสนุนทั้งราคาสินทรัพย์เสี่ยงและสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ดี หาก correlation ดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป ทองคำอาจกลับมาทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในสถานการณ์ที่ตลาดหุ้นเผชิญแรงขายต่อเนื่อง ขณะที่ราคาทองคำและหุ้นกลุ่มเหมืองทองคำเคลื่อนไหวสวนทางปรับขึ้น
หุ้นกลุ่มเหมืองทองคำรอบนี้ปรับตัวขึ้นแรง โดยดัชนีราคากลุ่มได้ทะลุผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 82–84 ดอลลาร์ขึ้นมา ซึ่งกำลังถูกจับตาว่าจะสามารถเปลี่ยนสถานะมาเป็นแนวรับใหม่ได้หรือไม่ AngloGold Ashanti ซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 42,000 ล้านดอลลาร์ ถูกประเมินว่ามีอัตราปันผลราว 2.45% และมีค่า forward GAAP P/E ประมาณ 15.4 เท่าบนประมาณการกำไรปี 2026 ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์การเติบโตของกำไรต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2026 ทั้งในมิติของกำไรสุทธิและรายได้รวม
สำหรับนักลงทุนไทย ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐและดอลลาร์ที่อยู่ในขาลงซึ่งหนุนราคาทองคำและหุ้นเหมืองทองคำ อาจสะท้อนผ่านราคาทองคำในประเทศ กองทุนทองคำ และกองทุนหุ้นเหมืองทองคำที่จดทะเบียนในไทย ขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทที่มีโอกาสแข็งค่าตามการอ่อนตัวของดอลลาร์อาจทำให้ผลตอบแทนทองคำในรูปเงินบาทแตกต่างจากราคาทองคำโลก นักลงทุนจึงควรประเมินทั้งมุมมองราคาทองคำในตลาดโลกควบคู่กับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ปี 2026








