ราคาทองคำในตลาดโลกร่วงลงทำจุดต่ำสุดรอบสามสัปดาห์ และมีแนวโน้มไม่สามารถแตะระดับเป้าหมายเดิมที่ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ในปีนี้ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันสูงต่อเนื่อง กดดันเงินเฟ้อและทำให้โอกาสการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักทั่วโลกลดลงอย่างมาก
ข้อมูลต้นสัปดาห์ระบุว่าราคาทองคำร่วงลงมาอยู่ที่ 4,628.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันอังคาร ลดลง 1.1% จากวันก่อนหน้า และหลุดระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตั้งแต่วันจันทร์ โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าราคามีโอกาสอ่อนตัวต่อเนื่องจนทดสอบแนวรับบริเวณ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังยืดเยื้อและปัญหาการปิดกั้นช่องแคบ Hormuz ยังไม่คลี่คลาย
ดอกเบี้ยสูงนานฉุดอัพไซด์ทองคำ
ตลาดเงินประเมินเกือบเป็นเอกฉันท์ว่า Federal Reserve จะคงอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์ไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมวันพุธนี้ และมีแนวโน้มยืดการคงดอกเบี้ยระดับสูงไปตลอดปี 2026 เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงมีความเสี่ยงผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งตัว ขณะที่ฝั่งยุโรปยังมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีกสองครั้งในช่วงที่เหลือของปี ตามแรงกดดันเงินเฟ้อในยูโรโซน
สำหรับประเทศไทย ตลาดคาดว่า Monetary Policy Committee ของ Bank of Thailand จะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในระยะใกล้เช่นกัน เพราะราคาพลังงานที่สูงกระทบเศรษฐกิจผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิอย่างไทย และสร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพเงินเฟ้อในประเทศ การตรึงดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงนานขึ้นช่วยจำกัดแรงกดดันด้านราคา แต่ในอีกด้านหนึ่งยังเป็นปัจจัยถ่วงแรงฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
ผลจากแนวโน้มดอกเบี้ยสูงนานและเงินเฟ้อจากสงคราม ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักหั่นประมาณการราคาทองคำโลกในปีนี้ โดยมองว่าเพดานราคามีโอกาสหยุดอยู่ใกล้ระดับสถิติสูงสุดเดิมราว 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่ำกว่าเป้าหมาย 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ที่เคยประเมินก่อนหน้าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ
บาทผันผวนเพิ่มความเสี่ยงนักลงทุนไทย
ราคาทองคำในประเทศได้รับผลกระทบโดยตรงจากทิศทางทองคำโลกและค่าเงินบาท โดยประมาณการล่าสุดคาดว่าราคาขายปลีกมีโอกาสทำจุดสูงสุดที่ราว 81,000 บาทต่อบาททองคำ ต่ำกว่าประมาณการเดิมราว 88,000 บาท ขณะที่ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำระบุว่า ณ ช่วงบ่ายวันอังคาร ราคาทองคำแท่งอยู่ที่ 72,000 บาทต่อบาททองคำ
ด้านค่าเงิน SCB Financial Markets คาดว่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026 ท่ามกลางทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐที่อาจมีการปรับลดเพียงเล็กน้อยช่วงปลายปี ทำให้ความผันผวนของค่าเงินบาทยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ลงทุนทองคำในไทยต้องติดตามควบคู่กับทิศทางราคาทองคำโลกและสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ที่มา: https://www.bangkokpost.com/business/investment/3245914/gold-outlook-stalls-amid-war-inflation








