Goldman Sachs ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น Vistra เป็นระดับ “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” หลังประเมินว่าดีลสัญญาซื้อขายไฟฟ้านิวเคลียร์กับ Meta Platforms จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อผลประกอบการในระยะกลาง พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นมาอยู่ที่ 205 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดเป็นอัพไซด์ราว 40% จากระดับราคาปัจจุบัน
รายงานของ Carly Davenport นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่า ราคาหุ้น Vistra ที่ปรับตัวลดลงราว 16% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และติดลบประมาณ 11% นับตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้มูลค่าหุ้นลงมาอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดรอบใหม่ จึงมองว่าเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุนในบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ
ดีล PPA กับ Meta หนุนกำไรระยะยาว
หัวใจสำคัญของมุมมองเชิงบวกครั้งนี้ คือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA: Power Purchase Agreement) ระหว่าง Vistra กับ Meta ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม Facebook โดย Goldman Sachs ประเมินว่าดีลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประมาณการ EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย) ของ Vistra ในปี 2027 ขึ้นราว 5% เมื่อเทียบกับสมมติฐานเดิม
ก่อนหน้านี้ Vistra เคยทำสัญญา PPA กับลูกค้า hyperscaler (บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ใช้ศูนย์ข้อมูลจำนวนมาก) สำหรับกำลังการผลิตนิวเคลียร์ครึ่งหนึ่งของโรงไฟฟ้า Comanche Peak Nuclear Power Plant ขนาด 1.2 กิกะวัตต์ แต่ผลกระทบต่อ EBITDA ยังมีจำกัด เนื่องจากการทยอยส่งมอบไฟฟ้าตามเงื่อนไขสัญญา
พื้นที่เติบโตยังเปิดกว้างจากนิวเคลียร์และก๊าซ
ปัจจุบัน Vistra ทำสัญญา PPA ครอบคลุมกำลังการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ประมาณครึ่งหนึ่งของพอร์ตทั้งหมด Goldman Sachs มองว่ายังมีโอกาสเติบโตเพิ่มเติม โดยบริษัทมีกำลังการผลิตนิวเคลียร์ที่ยังสามารถนำไปทำสัญญา PPA ได้อีกประมาณ 3.1 กิกะวัตต์ แบ่งเป็น 1,872 เมกะวัตต์จากโรงไฟฟ้า Beaver Valley Nuclear Power Station หน่วยที่ I และ II ในรัฐเพนซิลเวเนีย และอีก 1,200 เมกะวัตต์จากกำลังการผลิตที่เหลือของ Comanche Peak
หาก Vistra สามารถทำสัญญา PPA ครอบคลุมกำลังการผลิตนิวเคลียร์ที่เหลือทั้งหมด Goldman Sachs คาดว่าจะช่วยหนุน EBITDA ในปี 2028 เพิ่มขึ้นอีกราว 3–9% ภายใต้สมมติฐานราคาขายไฟฟ้าในสัญญาที่ 85–100 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการส่งมอบไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน นอกเหนือจากธุรกิจนิวเคลียร์ Vistra ยังมีกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติรวมราว 28 กิกะวัตต์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าสามารถต่อยอดไปสู่การทำสัญญา PPA กับกลุ่ม hyperscaler เพิ่มเติมได้ในอนาคต กลายเป็นอีกแรงหนุนต่อมูลค่าหุ้นในระยะถัดไป
ในภาพรวม Goldman Sachs ยังประเมินปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจเดิมของ Vistra ในเชิงบวก ทั้งระดับการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านปริมาณขายไฟฟ้า (hedging) ธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้า และรายได้จากค่าความพร้อมจ่าย (capacity payments) ที่ช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการ และเสริมมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นอย่างต่อเนื่อง








