Greg Abel เตรียมรับตำแหน่ง CEO Berkshire Hathaway อย่างเต็มตัวภายในไม่ถึงสองสัปดาห์ แทน Warren Buffett ที่จะก้าวลงจากตำแหน่งช่วงสิ้นปี ขณะที่นักวิเคราะห์ใน Wall Street ประเมินว่า “ยุค Abel” อาจเปลี่ยนจุดสมดุลระหว่างการบริหารเชิงลงทุนแบบดั้งเดิม กับการเน้นบริหารการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพภายในกลุ่มบริษัทมากขึ้น
นักลงทุนสถาบันจำนวนหนึ่งมองว่า Abel ไม่ควรพยายามเดินเกมลงทุนให้เหมือน Buffett ทุกประการ แต่ควรเน้นการเพิ่มกำไรจากการดำเนินงาน การบริหารจำนวนหุ้นคงค้างให้มีประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมในการใช้เงินสดจำนวนมหาศาลของ Berkshire เพื่อคว้าโอกาสลงทุนเมื่อระดับราคาตลาดเอื้ออำนวย ขณะเดียวกัน ยังมีมุมมองว่าการเพิ่มการกำกับดูแลบริษัทลูกและการปรับโครงสร้างบางส่วน อาจช่วยยกระดับอัตรากำไรของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
ความเชื่อมั่นผู้นำใหม่ และทิศทางหุ้น Berkshire
ด้านความเชื่อมั่นต่อตัวผู้นำคนใหม่ มีข้อเสนอแนะว่า Abel ควรเพิ่มการถือครองหุ้น Berkshire ส่วนตัวให้มากขึ้น เพื่อส่งสัญญาณความเชื่อมั่นต่อแนวทางในอนาคต ปัจจุบันเอกสาร proxy ประจำปี 2025 ระบุว่าเขาถือหุ้น Berkshire มูล่าราว 171 ล้านดอลลาร์ ซึ่งซื้อสะสมในยุคที่ Buffett ยังบริหารบริษัทโดยตรง นักวิเคราะห์บางรายคาดว่า Abel จะมีสไตล์การบริหารที่ลงลึกในเชิง “management oversight” มากกว่า Buffett ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการกระจายอำนาจให้บริษัทลูกบริหารตนเอง
ราคาหุ้น Berkshire ชนิด B ปรับตัวลงราว 15% ในช่วงสามเดือนหลังการประกาศว่าบริษัทจะเปลี่ยน CEO ณ ปลายปี ก่อนรีบาวด์ลดช่วงติดลบลงเหลือราว 8.4% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อการหายไปของ “Buffett premium” หรือส่วนเพิ่มมูลค่าที่มาจากตัวบุคคลมากกว่าพื้นฐานธุรกิจ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนยังประเมินว่าโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลายของ Berkshire ทำให้บริษัทมีลักษณะใกล้เคียงพอร์ต “all-weather” ที่รับมือวัฏจักรเศรษฐกิจได้ดี และมองว่าระดับมูลค่าปัจจุบันยังไม่ตึงตัวเมื่อเทียบกับหุ้นใหญ่สหรัฐโดยรวม
ในเชิงกลยุทธ์ลงทุน มีการคาดการณ์ว่า Abel จะไม่หักดิบเปลี่ยนแนวทางจากยุค Buffett แบบสุดขั้ว แต่โครงสร้างพอร์ตอาจเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ สัญญาณหนึ่งคือการเข้าถือหุ้น Alphabet ในไตรมาสสาม ซึ่งอาจสะท้อนการเปิดรับหุ้นเติบโตขนาดใหญ่ (growth stocks) มากขึ้น และอาจลดน้ำหนักในหุ้นที่เติบโตช้ากว่าอย่าง Kraft Heinz นักวิเคราะห์บางรายจึงยังมองหุ้น Berkshire ว่าเป็นโอกาสลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยประเมินว่าหากราคาปรับตัวลงเพิ่มเติมหลังการเปลี่ยนผ่านผู้นำ อาจยิ่งเพิ่มความน่าสนใจในเชิงมูลค่า
ดีลใหญ่ในธุรกิจรถไฟ
ควบคู่ไปกับประเด็นผู้นำใหม่ ธุรกิจรถไฟ BNSF ในเครือ Berkshire กำลังเผชิญดีลควบรวมขนาดใหญ่ระหว่าง Union Pacific และ Norfolk Southern มูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีเป้าหมายสร้างเครือข่ายขนส่งสินค้าแบบข้ามทวีปครบวงจรรายแรกของสหรัฐ BNSF แสดงท่าทีคัดค้านอย่างชัดเจนต่อคำขออนุมัติควบรวมที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับ โดยกังวลว่าการลดจำนวนผู้ให้บริการจะกระทบตัวเลือกของลูกค้าธุรกิจ และอาจนำไปสู่การขึ้นค่าระวาง รวมถึงต้นทุนสินค้าในห่วงโซ่อุปทานที่สูงขึ้น
ฝ่าย Union Pacific ยังคงแสดงความมั่นใจว่าดีลจะผ่านการอนุมัติ โดยให้เหตุผลว่าการยืนนิ่งไม่ทำอะไรอาจทำให้เสียความสามารถในการแข่งขัน ภายใต้ฉากหลังดังกล่าว Buffett เคยระบุเมื่อเดือนสิงหาคมว่ากลุ่ม Berkshire จะไม่ตอบโต้ดีล Union Pacific–Norfolk Southern ด้วยการผลักดันให้ BNSF ควบรวมกับ CSX แต่ทั้งสองบริษัทได้ประกาศความร่วมมือด้านการให้บริการร่วมกันแบบ “seamless” เพื่อเชื่อมเครือข่ายรางฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของสหรัฐเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Berkshire มีเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2025 อยู่ที่ 381.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 11% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ยังไม่มีการซื้อหุ้นคืนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 มูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทอยู่ที่มากกว่าหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ โดยราคาหุ้น BRK.A ล่าสุดที่ 745,600 ดอลลาร์ต่อหุ้น และ BRK.B ที่ 494.53 ดอลลาร์ต่อหุ้น อัตราส่วนราคาต่อกำไรย้อนหลังอยู่ที่ราว 15.8 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแรง และเปิดพื้นที่ให้ Abel ใช้เงินสดจำนวนมากกำหนดทิศทางยุคใหม่ของ Berkshire หลังการวางมือของ Buffett อย่างเต็มรูปแบบ








