กระแสลงทุนแบบใหม่ที่ถูกจับตาบน Wall Street ขณะนี้คือกลยุทธ์ที่เรียกว่า “HALO” หรือ “Heavy Assets, Low Obsolescence” ซึ่งมุ่งเน้นหุ้นบริษัทที่มีสินทรัพย์จริงขนาดใหญ่ เช่น ระบบสายส่ง โครงสร้างพื้นฐาน และเครื่องจักรหนัก โดยมองว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี AI น้อยกว่าธุรกิจดิจิทัลและซอฟต์แวร์
แนวคิดหลักของ HALO คือการหันไปถือหุ้น “เศรษฐกิจเก่า” ที่มีต้นทุนสินทรัพย์สูง แต่มีโอกาสล้าสมัยน้อย ขณะเดียวกันยังสามารถใช้ AI ช่วยยกระดับประสิทธิภาพและอัตรากำไรได้ นักลงทุนจึงมองว่าหุ้นกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบด้านลบจาก AI ต่ำกว่าหุ้นเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่กำลังเจอแรงเทขายจากความกังวลเรื่องการถูกดิสรัปต์
ผลตอบแทนหุ้น HALO เทียบกับกลุ่มเทคโนโลยี
ข้อมูลผลตอบแทนสะท้อนกระแสดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยปีนี้กลุ่ม energy และ materials ทำผลงานนำตลาด ปรับตัวขึ้นมากกว่า 23% และ 15% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่ม consumer staples เพิ่มขึ้นกว่า 14% เมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 แบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดที่บวกเพียงเล็กน้อยในปีนี้
ในทางกลับกัน หุ้นเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์เผชิญแรงขายหนัก นักลงทุนกังวลว่าการลงทุน capex มหาศาลของกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (“Magnificent Seven”) อาจไม่คุ้มค่า โดยมีเพียง Apple และ Nvidia ที่ราคาหุ้นยังปรับตัวบวกได้ ขณะที่หุ้นซอฟต์แวร์ถูกกดดันจากความก้าวหน้าของ agentic AI โดยเฉพาะจาก Anthropic ทำให้ความสามารถในการเก็บค่าบริการในระดับสูงและการขยายขนาดธุรกิจถูกตั้งคำถาม ส่งผลให้ iShares Expanded Tech-Software Sector ETF (IGV) ร่วงลงมากกว่า 22% ในปีนี้ และต่ำกว่าจุดสูงสุดล่าสุดกว่า 30%
หลายสถาบันการเงินระดับโลกนำแนวคิด HALO ไปประยุกต์ใช้ในการจัดพอร์ต โดย Barclays ระบุว่าหุ้น HALO ได้อานิสงส์จากการไหลเข้าของเม็ดเงินสู่หุ้นเชิงป้องกัน ขณะที่ Goldman Sachs ชี้ว่าตะกร้าหุ้นที่ใช้เงินลงทุนสินทรัพย์สูงมีผลงานเหนือกว่าหุ้น asset-light ประมาณ 35% ตั้งแต่ปี 2025 ด้าน Bank of America มองว่า HALO เป็นกลยุทธ์ลดความผันผวนระยะสั้นและเกาะกระแสการหมุนเงินกลับสู่หุ้นเศรษฐกิจเก่าในเชิงโครงสร้าง
มุมมองความยั่งยืนของธีม HALO
อย่างไรก็ดี ยังมีมุมมองว่าการเทขายหุ้นเทคโนโลยีรอบนี้อาจมากเกินไป โดยนักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่ากลุ่มซอฟต์แวร์เริ่มเข้าใกล้จุดต่ำและอาจมีบางบริษัทกลับมาเป็นผู้ชนะในยุค AI ได้ อีกด้านหนึ่ง การประเมินมูลค่า (valuation) ปัจจุบันชี้ว่า หุ้นเทคโนโลยีมีระดับราคาถูกลงจนใกล้เคียงกับหุ้น consumer staples สะท้อนว่าหุ้นเติบโตอาจไม่ได้แพงเกินจริงเหมือนที่ตลาดกังวลก่อนหน้า
บันทึกจากฝ่ายเทรดของ Barclays เตือนว่าสิ่งที่จะพิสูจน์ความยั่งยืนของกลยุทธ์ HALO คือทิศทาง “เรื่องเล่า AI” ในรอบถัดไป โดยเฉพาะเมื่อรอบการลงทุน capex ของกลุ่ม hyperscalers ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ขณะเดียวกัน หุ้น HALO ยังมีปัจจัยหนุนเชิงพื้นฐานจากการฟื้นตัวหลังหลายปีที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด แนวโน้มดอกเบี้ยผ่อนคลายมาตรการการเงิน เม็ดเงินอัดฉีดจากภาครัฐ และโอกาสปรับปรุงมาร์จิ้นด้วยการใช้ AI ภายในกระบวนการผลิต
นัยต่อกลยุทธ์จัดพอร์ตของนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทย กระแส HALO มีนัยสำคัญต่อการจัดพอร์ต เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเศรษฐกิจเก่าและ asset-heavy สูง ทั้งกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี สาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน และนิคมอุตสาหกรรม การหมุนเงินของต่างชาติสู่ธีม HALO อาจเอื้อต่อ valuation และกระแสเงินทุนไหลเข้าในหุ้นเหล่านี้ ขณะเดียวกันยังเป็นสัญญาณให้นักลงทุนพิจารณาสมดุลระหว่างหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นสินทรัพย์จริงในพอร์ต เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการดิสรัปต์ด้วย AI ในระยะยาว
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/02/27/the-new-anti-ai-trade-sweeping-wall-street-halo.html








