ตลาดที่อยู่อาศัยในฮ่องกงเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวหลังเผชิญภาวะซบเซาหลายปี โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ค่าเช่าที่อยู่อาศัยที่ปรับเพิ่มขึ้น และการยกเลิกมาตรการเก็บ stamp duty บางส่วน กำลังช่วยหนุนความเชื่อมั่นและทำให้การซื้อขายในตลาดบ้านพักอาศัยกลับมาคึกคักมากขึ้น
สัญญาณฟื้นตัวสะท้อนจากยอดขายโครงการใหม่ที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยโครงการ Park Seasons สามารถขายยูนิตล็อตล่าสุดได้ราวสองในสามภายในช่วงบ่ายของวันเปิดขาย ขณะที่โครงการ Kabitat Tin Hau ถูกซื้อหมดล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนหน้า นอกจากนี้ โครงการ Sierra Sea ของ SHKP ก็ขายไปแล้วมากกว่าหนึ่งในห้าของยูนิตทั้งหมด 9,700 ยูนิต ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของตลาด
ในมุมมองของนักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley การผ่อนคลายนโยบายด้านภาษีธุรกรรมและต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลง กำลังเปลี่ยนทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัยฮ่องกงจากรอบขาลงยืดเยื้อเข้าสู่จุดเปลี่ยน โดยแรงหนุนจากค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นยังช่วยดึงดูดให้นักลงทุนระยะยาวกลับมาสนใจสินทรัพย์ที่อยู่อาศัยเพื่อปล่อยเช่า
เศรษฐกิจฮ่องกงปรับตัวสู่บทบาทใหม่ท่ามกลางแรงกดดันเชิงโครงสร้าง
ทิศทางดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลฮ่องกงในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นภาคการท่องเที่ยว และสร้างบทบาทใหม่ในเศรษฐกิจเทคโนโลยีและการเงินโลก ทั้งผ่านการผลักดันเขตเศรษฐกิจ Qianhai ให้เป็นฐานสำนักงานใหญ่ร่วมของบริษัทเทคโนโลยี และการส่งเสริมระบบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลแบบ “responsible and sustainable” บนเวที World Economic Forum ที่ Davos
สภาพตลาดแรงงานในฮ่องกงยังมีเสถียรภาพ โดยอัตราว่างงานล่าสุดทรงตัวที่ 3.8% แม้บางอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวของผู้บริโภคและการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ลดงานซ้ำซ้อน ทำให้จำนวนผู้สมัครต่อหนึ่งตำแหน่งงานในปี 2025 เพิ่มขึ้นราว 58% โดยเฉพาะงานระดับปฏิบัติการด่านหน้า
ภาคการเงินและประกันชีวิตยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจ โดยยอดขายประกันชีวิตในฮ่องกงช่วง 9 เดือนแรกของปีก่อนมีมูลค่ารวมราว 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินได้เริ่มกดดันให้ธนาคารพัฒนาบริการรองรับผู้สูงอายุ ทั้งในด้านแอปธนาคาร การให้บริการที่สาขา และกระบวนการขาย เพื่อตอบโจทย์โครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย
ฮ่องกงยังเดินหน้าสร้างบทบาทในเศรษฐกิจใหม่หลายด้าน ตั้งแต่การผลักดันให้เป็นศูนย์กลางบริการสำหรับธุรกิจอวกาศเชิงพาณิชย์ (NewSpace economy) การลงนามความร่วมมือกับ Shanghai เพื่อยกระดับบทบาทให้เป็นศูนย์กลางซื้อขายทองคำของภูมิภาค ไปจนถึงการใช้จุดแข็งด้านระบบกฎหมายและสถานะศูนย์กลางการเงินผลักดันความร่วมมือเทคโนโลยีชีวภาพและนวัตกรรมกับจีนแผ่นดินใหญ่และต่างประเทศ ผ่านความสนใจลงทุนของกองทุนขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง BlackRock และ Temasek ในบริษัท biotech จีนรายสำคัญหลายแห่ง
ขณะเดียวกัน ความท้าทายในภาคค้าปลีกและร้านอาหารยังคงเด่นชัด จากคำสั่งศาลให้ Taipan bakery ยุติกิจการ และกรณีล้มละลายของเชนร้านโจ๊ก Ocean Empire ซึ่งสะท้อนแรงกดดันจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แม้หลายภาคส่วนของเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มเห็นแนวโน้มฟื้นตัวก็ตาม
ที่มา: https://www.scmp.com/news/hong-kong/hong-kong-economy








