นักลงทุนสถาบันทั่วโลกเร่งลดสัดส่วนเงินสดในพอร์ตลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.3% ในเดือนธันวาคม ตามผลสำรวจ Global Fund Manager ของ Bank of America สะท้อนการเทน้ำหนักกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกช่วงปลายปี
Bank of America ระบุว่า สัดส่วนเงินสดดังกล่าวลดลงจาก 3.7% ในเดือนก่อนหน้า และเป็นระดับต่ำสุดเท่าที่มีการจัดทำสำรวจ โดยนักกลยุทธ์ของธนาคารเรียกการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่าเป็น “การเทขายเงินสดครั้งใหญ่” ซึ่งมาพร้อมการเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
น้ำหนักหุ้น-เทคโนโลยีพุ่ง ขณะความผันผวนเสี่ยงรุนแรงขึ้น
ผลสำรวจชี้ว่า การจัดสรรเงินลงทุนในหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์รวมกันอยู่ในระดับสูงสุดเกือบ 4 ปี ขณะที่สัดส่วนลงทุนในหุ้นสุทธิแบบ overweight เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 42% สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 บ่งชี้ว่าผู้จัดการกองทุนจำนวนมากเชื่อว่าตลาดยังมีอัพไซด์ แม้ดัชนีหลักเริ่มชะลอตัวในช่วงปลายปี
ในฝั่งหุ้นเทคโนโลยี แม้ดัชนี Nasdaq Composite อ่อนตัวลงราว 1.4% ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม และมีแนวโน้มปิดลบเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน จากความกังวลต่อการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกดดันให้ดัชนี S&P 500 เสี่ยงหยุดสถิติปรับขึ้นต่อเนื่อง 7 เดือน แต่ผู้จัดการกองทุนกลับมองเป็นจังหวะ “ซื้อช่วงย่อตัว” ทำให้การเปิดรับหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024
การที่เงินสดในพอร์ตระดับโลกเหลือสัดส่วนต่ำมาก ทำให้ความผันผวนในตลาดทุนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นหากเกิดข่าวลบหรือแรงขายทำกำไร เพราะมีเม็ดเงินรอจังหวะป้องกันความเสี่ยงน้อยลง และจำกัด “กระสุน” สำหรับการซื้อเมื่อราคาปรับฐาน
สำหรับนักลงทุนไทย การไหลกลับสู่หุ้นทั่วโลกในลักษณะนี้อาจดึงเม็ดเงินส่วนหนึ่งกลับไปยังตลาดสหรัฐและตลาดหลักอื่น ส่งผลต่อทิศทาง fund flow ต่างชาติในตลาดหุ้นไทย รวมถึงกระทบกลยุทธ์จัดสรรสินทรัพย์ของกองทุนไทยที่อ้างอิงมุมมอง global allocation ซึ่งอาจต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากจังหวะกลับตัวของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะต่อไปมากขึ้น








