เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐและแหล่งอื่นที่เดิมมุ่งหน้าไปยุโรปเริ่มเปลี่ยนเส้นทางเข้าท่าเรือในเอเชีย หลังราคา LNG แบบ spot ในภูมิภาคพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของเอเชีย
แรงหนุนด้านราคาและภูมิรัฐศาสตร์
สัญญาณการเปลี่ยนปลายทางของเรือเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น และช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลกเผชิญภาวะปิดกั้นเชิงปฏิบัติ ทำให้ซัพพลายจากอ่าวเปอร์เซียสะดุด และผลักดันให้ผู้ซื้อในเอเชียต้องแย่งชิง LNG ในตลาดโลก
การปรับเส้นทางดังกล่าวสะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในตลาดพลังงานโลก โดยเอเชียกลับมาดึงดูด cargo LNG ที่มีความยืดหยุ่นด้านปลายทางจากยุโรป เนื่องจากความต้องการและราคาที่สูงกว่า ขณะที่ผู้ขาย โดยเฉพาะจากสหรัฐ มีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจมากขึ้นในการหันมาป้อนตลาดเอเชีย
ท่าเรือหลักในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น รวมถึง hub ใหญ่ในภูมิภาค กำลังรับประโยชน์จากการไหลบ่าเข้ามาของเรือบรรทุก LNG แต่ในอีกมุมหนึ่ง การแย่งชิงซัพพลายที่จำกัดอาจเพิ่มความผันผวนของราคาและต้นทุนพลังงานให้กับประเทศผู้นำเข้าในเอเชียในระยะถัดไป
ผลกระทบต่อไทยท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
สำหรับไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การดึงเรือจากยุโรปกลับสู่เอเชียช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงซัพพลายระยะสั้น แต่ในขณะเดียวกัน การที่ราคา spot ในเอเชียเร่งตัวสูงขึ้น อาจกดดันต้นทุนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าและก๊าซภาคอุตสาหกรรมในประเทศ หากจำเป็นต้องพึ่งพาการซื้อในตลาด spot มากกว่าสัญญาระยะยาว








