มาเลเซียเดินหน้าเร่งพัฒนาโครงการ data center ขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นสมรภูมิสำคัญในเอเชียสำหรับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ต้องการฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านประมวลผลเพิ่มเติม นำไปสู่การแข่งขันดึงดูดเงินลงทุนและทรัพยากรด้านพลังงานอย่างเข้มข้นในภูมิภาค
รัฐยะโฮร์ โดยเฉพาะพื้นที่ Sedenak Tech Park ในอำเภอ Kulai กำลังก้าวขึ้นเป็นคลัสเตอร์ data center หลักของประเทศ ด้วยพื้นที่ราว 745 เอเคอร์ และมีโครงการก่อสร้างต่อเนื่องจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและ hyperscaler ต่างชาติ ความต้องการใช้บริการออกแบบ วิศวกรรม และก่อสร้างเพิ่มขึ้นจนซัพพลายเออร์ท้องถิ่นต้องเร่งขยายกำลังรองรับคำสั่งซื้อ
มาเลเซียใช้จุดแข็งดึงนักลงทุนท่ามกลางข้อจำกัดด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์
การขยายตัวดังกล่าวขับเคลื่อนจากกระแสลงทุนด้าน AI, cloud และบริการดิจิทัลที่ต้องใช้ศูนย์ประมวลผลขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ cloud รายใหญ่กำลังมองหาโลเคชันที่มีต้นทุนที่ดินและค่าไฟฟ้าต่ำกว่า รวมถึงมีเสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน ซึ่งมาเลเซียพยายามใช้จุดแข็งเหล่านี้ชิงส่วนแบ่งจากตลาดสิงคโปร์และประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ดี การเร่งสร้าง data center ทำให้มาเลเซียต้องเผชิญความท้าทายด้านทรัพยากร โดยเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงาน ความพร้อมของระบบสายส่งไฟฟ้า และปริมาณน้ำที่ใช้ในการระบายความร้อน โครงการใหม่ๆ จำเป็นต้องได้รับการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมและโครงข่ายสาธารณูปโภคอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงคอขวดในอนาคต
มิติภูมิรัฐศาสตร์ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ นักลงทุนต่างชาติกำลังมองหาทางกระจายความเสี่ยงออกจากจีนและบางตลาดพัฒนาแล้ว หันมาพิจารณาศูนย์กลางดิจิทัลแห่งใหม่ในเอเชียที่มีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและความมั่นคงทางไซเบอร์น้อยกว่า มาเลเซียจึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักในยุทธศาสตร์ “China plus one” ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ในระดับภูมิภาค การเร่งตัวของโครงการ data center ในมาเลเซียเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันกับตลาดสำคัญอื่นอย่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งต่างเผชิญข้อจำกัดของตนเอง ตั้งแต่กฎระเบียบด้านพลังงาน การใช้ที่ดิน ไปจนถึงขั้นตอนอนุญาตก่อสร้าง ส่งผลให้สมรภูมิใหม่ของ “AI infrastructure” ในเอเชียมีแนวโน้มกระจายตัวมากขึ้น โดยมาเลเซียกำลังใช้จังหวะนี้เร่งยกระดับบทบาทตนเองในห่วงโซ่เศรษฐกิจดิจิทัลโลก








