Meta เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ใหม่ชื่อ Muse Spark ในสัปดาห์นี้ ดันราคาหุ้นพุ่งแรง ขณะที่ JPMorgan มองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของหุ้นและย้ำคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 825 ดอลลาร์ ตามรายงานของ CNBC เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
มุมมองนักลงทุนต่อศักยภาพ AI ของ Meta
JPMorgan ระบุว่า การเปิดตัว Muse Spark ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการขยายสเกลของเทคโนโลยี AI ภายใน Meta และน่าจะส่งผลเชิงบวกต่อมุมมองของนักลงทุน โดยราคาเป้าหมาย 825 ดอลลาร์หมายถึงอัพไซด์ราว 34.7% จากราคาปิดวันพุธ พร้อมคงมุมมอง “overweight” ต่อหุ้น Meta
Muse Spark เป็นโมเดล AI ตัวแรกจาก Meta Superintelligence Labs หน่วยงานด้าน AI แห่งใหม่ของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ Meta เข้าสู่การแข่งขันโดยตรงกับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด generative AI อย่าง OpenAI ที่มี ChatGPT และ Anthropic ที่มี Claude โดย Meta ประกาศว่ากำลังพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูงขึ้นต่อเนื่อง ภายใต้แผนมุ่งสู่ “personal superintelligence”
กลยุทธ์ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและ Metaverse
Meta Superintelligence Labs นำทีมโดย Alexandr Wang อดีต CEO ของ Scale AI หลัง Meta ทุ่มเงินราว 14.3 พันล้านดอลลาร์ลงทุนในบริษัทดังกล่าวเมื่อปีที่แล้วเพื่อดึงตัวผู้บริหารมานำทีม AI ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการด้าน AI และ Metaverse ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากผู้ถือหุ้น
หลังการเปิดตัว Muse Spark เมื่อวันพุธ หุ้น Meta พุ่งขึ้นระหว่างวันสูงสุดถึง 9.5% ก่อนปิดบวก 6.5% และยังปรับขึ้นต่อกว่า 3% ในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้แนวโน้มราคาหุ้นพลิกฟื้นจากช่วงก่อนหน้าในปี 2026 ที่เคยปรับตัวอ่อนกว่าหุ้นเทคโนโลยีกลุ่ม “Magnificent Seven” ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีหุ้น Meta ยังติดลบกว่า 4% เมื่อเทียบกับ Alphabet และ Amazon ที่ปรับขึ้นเล็กน้อย และ Nvidia ที่ลดลงราว 1.5%
แม้ Meta เพิ่มงบลงทุนอย่างมากในโครงสร้างพื้นฐานและโปรเจกต์ AI ที่มีต้นทุนสูง JPMorgan ประเมินว่าบริษัทมีวินัยด้านการใช้จ่าย และการทุ่มงบในแนวธุรกิจเติบโตหลักจะหนุนให้รายได้ปี 2026 ขยายตัวโดดเด่น โดยเห็นว่าค่าใช้จ่ายลงทุนที่เพิ่มขึ้นมีโอกาสแปรเปลี่ยนเป็นอัตราผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวจากผลิตภัณฑ์ AI รุ่นถัดไป
นัยต่อผู้เล่นดิจิทัลและออนไลน์ไทย
สำหรับผลกระทบต่อไทย การรุกหนักของ Meta ใน AI และการมุ่งสู่ personal superintelligence มีแนวโน้มเร่งการแข่งขันด้านเครื่องมือ AI ภาษาและคอนเทนต์ ซึ่งกระทบทั้งแพลตฟอร์มโฆษณาดิจิทัล ผู้ผลิตคอนเทนต์ และธุรกิจออนไลน์ไทยที่พึ่งพาแพลตฟอร์ม Meta ในการทำการตลาดและสื่อสารกับลูกค้า โดยการยกระดับความสามารถ AI ของ Meta อาจเพิ่มทั้งโอกาสด้านเครื่องมือใหม่และความเสี่ยงด้านการแข่งขันให้กับผู้เล่นในประเทศพร้อมกันไป








