หุ้น Netflix ถูกปรับลดคำแนะนำลงทุน หลังประกาศดีลมูลค่า 72,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อธุรกิจภาพยนตร์และบริการสตรีมมิงของ Warner Bros. Discovery โดยนักวิเคราะห์กังวลว่าดีลขนาดใหญ่ครั้งนี้จะเพิ่มความเสี่ยงด้านต้นทุน และสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานที่อ่อนแรงลง
Pivotal Research Group ปรับลดคำแนะนำหุ้น Netflix จาก “ซื้อ” เหลือ “ถือ” พร้อมหั่นราคาเป้าหมายสิ้นปี 2026 จาก 160 ดอลลาร์ เหลือ 105 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดเป็นอัพไซด์ราว 5% จากระดับปัจจุบัน ทั้งที่ราคาหุ้น Netflix ปรับขึ้นมาแล้วราว 12% นับจากต้นปี
กังวลดีลใหญ่-แนวโน้มสมาชิกโตช้าลง
นักวิเคราะห์ Jeffrey Wlodarczak ระบุว่าดีลซื้อ Warner Bros. มีความเสี่ยงด้านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล และอาจใช้เวลาปิดดีลราว 18–24 เดือน ขณะเดียวกันยังมีโอกาสเกิดการประมูลแข่งขันกับกลุ่ม Paramount Skydance ซึ่งจะยิ่งดันราคาซื้อกิจการให้สูงขึ้น
เขายังมองว่าดีลนี้สะท้อนความกังวลของ Netflix ต่อการถูกแย่งส่วนแบ่งผู้ชมจากคอนเทนต์แบบ short form และพฤติกรรมผู้ชมที่มีสมาธิสั้นลง ส่งผลให้การมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานกับคอนเทนต์แบบ long form และบริการสตรีมมิงรูปแบบเดิมไม่โดดเด่นเท่าที่เคย
บนสมมติฐานใหม่ Pivotal ปรับลดคาดการณ์จำนวนสมาชิกทั่วโลกของ Netflix ในปี 2030 จากราว 440 ล้านบัญชี เหลือประมาณ 420 ล้านบัญชี และปรับลดค่าเฉลี่ยรายได้ต่อผู้ใช้ต่อเดือนในปีเดียวกันจาก 15 ดอลลาร์ เหลือ 13 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาเป้าหมายลดลงแรงถึง 55 ดอลลาร์
รายงานยังชี้ถึงความเสี่ยงเพิ่มเติม ทั้งภาระผูกพันด้านงบลงทุนคอนเทนต์ในอนาคตที่ยังอยู่ในระดับสูง ความพึ่งพานโยบาย net neutrality การพัฒนาแพ็กเกจที่มีโฆษณาซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อรายได้ รวมถึงการที่ Netflix ใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ผ่าน Amazon Web Services ซึ่งเอื้อประโยชน์ทางอ้อมให้คู่แข่งโดยตรงในตลาดสตรีมมิงด้วย








