นักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐจับตาผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Nvidia สัปดาห์นี้ โดยนักกลยุทธ์จาก Freedom Capital Markets มองว่าทิศทางราคาหลังรายงานงบจะเป็นตัวชี้สำคัญต่อทิศทางดัชนี S&P 500 ซึ่ง Nvidia มีน้ำหนักราว 7% ในดัชนีดังกล่าว
Nvidia มีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณหลังปิดตลาดวันพุธ ท่ามกลางความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีที่ช่วงหลังมักถูกขายออกแม้งบจะออกมาดี เช่น กรณีของ Meta และ Palantir ขณะที่ปีนี้จนถึงปัจจุบันราคาหุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้นราว 2% ยังถือว่าทำผลงานเหนือกลุ่ม “Magnificent Seven” ในปีที่กลุ่มนี้เคลื่อนไหวซบเซา
แนวรับสำคัญของ Nvidia และนัยต่อ S&P 500
ฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิคให้น้ำหนักสำคัญกับระดับการปิดของหุ้น Nvidia ในวันพฤหัสบดี โดยประเมินว่าหากราคาสามารถเปิดและยืนในแดนบวกได้อย่างมั่นคง จะช่วยพยุงบรรยากาศเชิงบวกของตลาดในภาพรวม แต่หากราคาย่อตัวลงและหลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน บริเวณราว 173 ดอลลาร์ต่อหุ้น อาจเป็นสัญญาณลบต่อทั้งหุ้น Nvidia และดัชนี S&P 500
ในกรณีที่แนวรับดังกล่าวแตก นักลงทุนบางส่วนกังวลว่าดัชนี S&P 500 อาจมีโอกาสปรับฐานลงสู่บริเวณประมาณ 6,600 จุด ขณะที่ราคาหุ้น Nvidia อาจอ่อนตัวลงไปใกล้ระดับ 150 ดอลลาร์ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ทั้งนี้ดัชนี S&P 500 อยู่ระหว่างทดสอบระดับ 7,000 จุดซ้ำหลายครั้ง โดยมีเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันแถว 6,822 จุดเป็นแนวรับสำคัญที่ถูกจับตามอง
แรงกดดันหุ้นซอฟต์แวร์และประเด็นมหภาค
นอกจาก Nvidia แล้ว ตลาดยังเฝ้าดูผลประกอบการของหุ้นซอฟต์แวร์สำคัญอย่าง Salesforce และ Snowflake ที่จะรายงานงบวันพุธเช่นกัน นักลงทุนต้องการเห็นสัญญาณชัดเจนว่าการพัฒนา AI ส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางแรงกดดันที่ทำให้ราคาหุ้น Salesforce และ Snowflake ร่วงลงแล้วราว 34% และ 29% ตามลำดับนับตั้งแต่ต้นปี
ผู้เล่นในตลาดมองว่าหุ้นซอฟต์แวร์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดการดีดตัวเพื่อบรรเทาความกังวลในกลุ่มเทคโนโลยี โดยจะจับตาว่าการฟื้นตัวหากเกิดขึ้นเป็นเพียงแรงรีบาวด์ชั่วคราวหรือสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานระยะยาวของธุรกิจซอฟต์แวร์ภายใต้วงจรลงทุนด้าน AI
ในด้านปัจจัยมหภาค นักลงทุนยังรอดูประเด็นที่อาจสร้างความเคลื่อนไหวให้ตลาดจากคำแถลง State of the Union ของประธานาธิบดี Donald Trump ในวันอังคาร หลังจากก่อนหน้านี้มีการขู่ใช้มาตรการภาษีนำเข้าระดับ 15% ทั่วโลก และคำตัดสินล่าสุดของศาลสูงสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับอำนาจด้านภาษีการค้า
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และหุ้นพลังงาน
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านก็เป็นอีกปัจจัยที่ได้รับความสนใจ โดยการเจรจารอบที่สามระหว่างสองประเทศในเจนีวาจะเดินหน้าต่อในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางการปรับขึ้นแรงของหุ้นในกลุ่มพลังงานซึ่งได้แรงหนุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันโลก








