งานประชุม GPU Technology Conference (GTC) ของ Nvidia ที่ซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือนที่แล้ว กลายเป็นเวทีสะท้อนความสัมพันธ์เชิงซับซ้อนของอุตสาหกรรม AI จีน-สหรัฐฯ เมื่อ Yang Zhilin ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพจีน Moonshot AI ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในฐานะแขกรับเชิญ ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่ถูกเปรียบเทียบกับ “การแข่งขันสะสมอาวุธ” ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ
Moonshot AI ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง และเป็นผู้พัฒนาโมเดลพื้นฐานตระกูล Kimi ถูกจับตาในฐานะตัวอย่างของบริษัทจีนที่ยังคงมีปฏิสัมพันธ์เชิงลึกกับระบบนิเวศเทคโนโลยีของสหรัฐฯ แม้จะเผชิญข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมการส่งออกและแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
หลังการปรากฏตัวบนเวทีของ Nvidia เพียงไม่ถึงสองสัปดาห์ Yang ได้นำเสนอเนื้อหาที่แทบเหมือนกันอีกครั้งที่งาน Zhongguancun Forum ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐจีน โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์และผู้บริหารเมืองปักกิ่งเข้าร่วม สะท้อนการเชื่อมต่อของแนวคิดและเทคโนโลยีระหว่างเวทีเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ กับเวทีนโยบายด้านนวัตกรรมของจีน
การบรรจบกันของระบบนิเวศ AI ท่ามกลางกระแสแยกขั้ว
นักวิเคราะห์จากสถาบัน Brookings Institution ในกรุงวอชิงตันมองว่า เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างล่าสุดของ “convergence” หรือการบรรจบกันรูปแบบใหม่ระหว่างระบบนิเวศ AI ของจีนและสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินไปควบคู่กับกระแสการแบ่งแยกด้านเทคโนโลยี โดยชี้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีปัจจัยและผลประโยชน์ที่ดึงรั้งไปคนละทิศทาง และแม้แต่บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เองก็มีมุมมองต่อการแข่งขันกับจีนที่หลากหลายแตกต่างกัน
Nvidia ถูกมองว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของแนวโน้ม convergence นี้ เพราะมีโอกาสได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการที่ทั้งสองระบบนิเวศยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ขั้นสูงร่วมกัน บริษัทผู้ออกแบบชิปชั้นนำของโลกประกาศคาดการณ์รายได้รวมอย่างน้อย 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐจนถึงปี 2027 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิปตระกูล Blackwell และ Rubin สำหรับงาน AI ที่พุ่งสูงทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม Nvidia ระบุอย่างชัดเจนว่าตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวยังไม่รวมรายได้จากการจำหน่ายชิปขั้นสูงให้ตลาดจีน สะท้อนผลของมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2022 ที่ห้ามไม่ให้บริษัทขายชิประดับบนที่สุดไปยังจีน แม้ผู้เล่นเทคโนโลยีจีนจะมีความต้องการใช้งานสูงมากก็ตาม
ภาพรวมดังกล่าวทำให้การแข่งขัน AI ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีลักษณะเป็นทั้งการแข่งขันตรงไปตรงมาและ “co-opetition” หรือการแข่งขันที่ยังต้องอาศัยความร่วมมือและการพึ่งพาเทคโนโลยีซึ่งกันและกัน โดยมีบริษัทข้ามชาติอย่าง Nvidia อยู่ในจุดกึ่งกลางของห่วงโซ่คุณค่านี้ ท่ามกลางแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีทีท่าจะผ่อนคลายลงในระยะสั้น








