Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2026 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ทั้งรายได้และกำไรจากการเติบโตของธุรกิจ data center ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ส่งผลให้ราคาหุ้นดีดตัวในการซื้อขายนอกเวลาทำการ และยังคงเป็นหุ้นกลุ่ม megacap ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี
บริษัทมีกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง (adjusted EPS) 1.62 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 1.53 ดอลลาร์ ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 68.13 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 73% จาก 39.3 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และเหนือกว่าประมาณการที่ 66.21 พันล้านดอลลาร์ รายได้จากธุรกิจ data center ซึ่งเป็นธุรกิจแกนหลักคิดเป็นกว่า 91% ของยอดขายทั้งหมด อยู่ที่ 62.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 75% จากปีก่อน และสูงกว่าที่ StreetAccount คาดไว้ที่ 60.69 พันล้านดอลลาร์
แรงหนุนจาก hyperscalers และแนวโน้มรายได้ปีงบประมาณใหม่
กำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าวเกือบเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวเป็น 43 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.76 ดอลลาร์ต่อหุ้น จาก 22.1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 0.89 ดอลลาร์ต่อหุ้นในปีก่อน Nvidia ระบุว่าลูกค้าหลักยังคงเป็นกลุ่ม hyperscalers รายใหญ่ซึ่งรวมถึง Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ data center โดยกลุ่มนี้เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้เม็ดเงินลงทุนรวมทั้งปีของกลุ่มอาจแตะระดับราว 700 พันล้านดอลลาร์ตามการประเมินของนักวิเคราะห์
ในระดับแนวโน้มปีงบประมาณใหม่ บริษัทให้ประมาณการรายได้ไตรมาส 1 ที่ 78 พันล้านดอลลาร์ บวกลบ 2% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 72.6 พันล้านดอลลาร์ พร้อมระบุชัดว่าไม่ได้รวมรายได้จากตลาด data center ในจีนไว้ในสมมติฐาน แม้เผชิญข้อจำกัดด้านหน่วยความจำในห่วงโซ่อุปทานซึ่งคาดว่าจะเริ่มกดดันธุรกิจ Gaming ตั้งแต่ไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2027 เป็นต้นไป
ภายในธุรกิจ data center Nvidia รายงานยอดขายอุปกรณ์ networking ที่ 10.98 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 263% จากปีก่อน สะท้อนการยอมรับเทคโนโลยี NVLink และผลิตภัณฑ์ Spectrum-X Ethernet switches ที่ใช้เชื่อมต่อ GPU จำนวนมากในระบบ AI ขนาดใหญ่ ขณะที่ธุรกิจ Gaming มีรายได้ 3.7 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 47% จากปีก่อน แต่ลดลง 13% จากไตรมาสก่อน ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าบริษัทอาจชะลอการออก GPU รุ่นใหม่สำหรับเกมเพื่อให้ความสำคัญกับชิป AI มากขึ้น
เดินหน้าสินค้า AI รุ่นใหม่และขยายฐานการผลิตทั่วโลก
สินค้ารุ่นใหม่ในสาย AI อย่างระบบ rack-scale Vera Rubin ซึ่งจะต่อจาก Grace Blackwell กลายเป็นจุดโฟกัสของตลาด โดยบริษัทเริ่มส่งมอบตัวอย่างให้ลูกค้าแล้วในสัปดาห์ล่าสุด และยังคงเป้าหมายเริ่มส่งมอบเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี Vera Rubin ถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพต่อการใช้พลังงานสูงกว่ารุ่นก่อนถึง 10 เท่า เพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดด้านกำลังไฟของ data center ขนาดใหญ่ทั่วโลก
ด้านการผลิต Nvidia เดินหน้ากระจายฐานการผลิตออกจากเอเชียไปยังสหรัฐและลาตินอเมริกา โดยเริ่มผลิต Blackwell GPUs ที่โรงงานแห่งใหม่ของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. ในรัฐแอริโซนา และประกอบระบบ rack-scale บางส่วนที่โรงงาน Foxconn ในเม็กซิโก บริษัทระบุว่าการขยายห่วงโซ่อุปทานมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เร่งตัวขึ้น แต่ยังขึ้นกับศักยภาพระบบการผลิตในแต่ละภูมิภาคว่าจะสามารถเร่งกำลังการผลิตได้ทันตามเป้าหรือไม่
ธุรกิจอื่นยังมีทิศทางคละเคล้า โดยกลุ่ม automotive ซึ่งรวมชิปสำหรับรถยนต์และหุ่นยนต์ มีรายได้ 604 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนแต่ต่ำกว่าที่ StreetAccount คาดไว้ที่ 654.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนธุรกิจ professional visualization มีรายได้ 1.32 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 159% จากปีก่อน และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 755.4 ล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ
การลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน ecosystem AI และนัยต่อไทย
Nvidia ยังเร่งลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน ecosystem ของ AI ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการวิจัยขนาดใหญ่ไปจนถึงผู้ผลิตชิป โดยในปีที่ผ่านมาได้ใส่เงิน 17.5 พันล้านดอลลาร์ในบริษัทนอกตลาดและกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุน startup ระยะเริ่มต้นเป็นหลัก บริษัทชี้แจงในเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับว่าเงินลงทุนจำนวนมากอาจยังไม่สร้างผลตอบแทนในระยะสั้นและไม่มีความแน่นอนด้านกำไร รวมทั้งระบุถึงความไม่แน่นอนของดีลความร่วมมือมูลค่า 100 พันล้านดอลลาร์กับ OpenAI ที่ยังไม่แล้วเสร็จในเชิงกฎหมาย
สำหรับผลกระทบต่อไทย การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ hyperscalers ทั่วโลก และความสามารถของ Nvidia ในการเร่งส่งมอบระบบอย่าง Grace Blackwell และ Vera Rubin จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน data center และ cloud ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย ทั้งในมิติความพร้อมของ GPU สำหรับผู้ให้บริการ cloud รายใหญ่ในประเทศ และต้นทุนการเข้าถึงทรัพยากร AI ของสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และ startup ไทยที่ต้องการเร่งพัฒนาแพลตฟอร์ม AI เชิงพาณิชย์เพื่อแข่งขันในภูมิภาค
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/02/25/nvidia-nvda-earnings-report-q4-2026.html








