Nvidia เตรียมประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณหลังปิดตลาดวันพุธ ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นสหรัฐที่ผันผวนจากการร่วงลงของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางราย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าบริษัทจะรายงานตัวเลขสูงกว่าที่ตลาดประเมินจากอุปสงค์ด้าน AI ที่ยังเร่งตัวต่อเนื่อง และอาจปรับเพิ่มประมาณการในครั้งถัดไปต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนๆ
หุ้น Nvidia ซึ่งเป็นผู้ชนะเด่นในกลุ่ม “Magnificent Seven” ตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้นแล้ว 5.6% ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายอื่นอย่าง Microsoft และ Alphabet ปรับตัวลดลงราว 18% และ 0.7% ตามลำดับ นักวิเคราะห์มองว่าหุ้น Nvidia ยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับกลุ่ม hyperscaler อื่น เนื่องจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรอยู่ในระดับต่ำกว่า ขณะที่รายจ่ายลงทุนด้าน AI ของลูกค้ายังเพิ่มขึ้น และความต้องการ AI compute ยังแข็งแกร่ง
มุมมองโบรกฯ และประมาณการงบไตรมาส 4
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ในบรรดานักวิเคราะห์ 66 รายที่ติดตาม Nvidia มี 23 รายให้คำแนะนำ strong buy อีก 38 รายให้คำแนะนำ buy และ 4 รายให้คำแนะนำ hold โดยราคาเป้าหมายปลายปีจาก JPMorgan อยู่ที่ 250 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดเป็นอัพไซด์ราว 29.6% จากราคาปิดวันอังคาร สอดคล้องกับมุมมองของสถาบันอื่นที่ให้น้ำหนักการลงทุนระดับ overweight หรือ outperform ต่อหุ้นดังกล่าว
นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าประวัติการรายงานงบ “เหนือคาดและยกเป้า” ต่อเนื่องของ Nvidia ช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อผลประกอบการงวดนี้ โดย LSEG ประเมินว่า Nvidia จะรายงานกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงที่ 1.53 ดอลลาร์ จากรายได้ 66.2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่หลายสำนักคาดว่าบริษัทจะทำได้ดีกว่าตัวเลขฉันทามติทั้งด้านผลประกอบการและแนวโน้มไตรมาสถัดไป
ด้านมุมมองเชิงผลิตภัณฑ์ JPMorgan ระบุว่าการตรวจสอบอุตสาหกรรมชี้ถึงการเร่งขึ้นของการส่งมอบ Blackwell Ultra rack ในไตรมาสล่าสุด ขณะที่ Morgan Stanley และ TD Cowen เชื่อว่าความต้องการชิปสถาปัตยกรรม Vera Rubin กำลังเร่งตัว และอาจทำให้คำสั่งซื้อรวมของ Blackwell และ Vera Rubin ถึงสิ้นปี 2026 สูงกว่าคาดการณ์เดิมของผู้บริหารที่ 500 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ Morgan Stanley เห็นว่าต้นทุน memory ที่ปรับขึ้นไม่น่ากดดันอัตรากำไรของ Nvidia มากนัก เนื่องจากอุปสงค์ AI compute สูงพอจะชดเชยได้
RBC Capital Markets คาดว่า Nvidia จะรายงานผลประกอบการเหนือคาด 3–4% และอาจเพิ่มตัวเลข backlog คำสั่งซื้อกว่า 500 พันล้านดอลลาร์สำหรับปี 2025–2026 พร้อมมองว่าบริษัทได้ล็อกต้นทุน HBM สำหรับปี 2026 ไว้แล้ว จึงไม่น่าถูกกระทบจากราคาหน่วยความจำที่พุ่งขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์รายอื่น เช่น HSBC แม้จะลดราคาเป้าหมายลงเล็กน้อย แต่ยังให้คำแนะนำ buy โดยประเมินว่าความต้องการ racks รุ่น GB200/GB300 จะยังแข็งแกร่ง แม้มีความไม่แน่นอนด้านข้อจำกัดการส่งออกชิปซีรีส์ Hopper ไปยังจีนก็ตาม
ผลกระทบต่อธีม AI และนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทย กระแสคาดหวังเชิงบวกต่อผลประกอบการ Nvidia อาจส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าหุ้นเทคโนโลยีและธีม AI ทั่วโลกมากขึ้น ซึ่งรวมถึงกองทุนต่างประเทศและกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่ม semiconductor และ AI ที่นักลงทุนไทยนิยมถืออยู่ อีกทั้งทิศทางรายจ่ายลงทุนด้าน AI ของ hyperscaler ยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นเทคโนโลยีในตลาดสหรัฐและเอเชีย ซึ่งอาจสะท้อนมายังดัชนี SET ผ่านหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และผู้ผลิตชิ้นส่วนที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานชิประดับโลกด้วยเช่นกัน








