Table of Contents
ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่อง หลังสหรัฐฯ ใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบ Strait of Hormuz และท่าเรือหลักของอิหร่าน ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลกชะงักงัน ขณะที่ประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่าราคาเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ อาจไม่ลดลงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม และมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับสูงขึ้นเล็กน้อย
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ เมื่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น การปิด Strait of Hormuz ในช่วงแรกถูกประเมินว่าเป็นเหตุสะดุดด้านอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงในตลาดโลก ทะยานจากราว 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนสงคราม ไปแตะระดับสูงสุดแถว 118 ดอลลาร์ในช่วงปลายมีนาคม และล่าสุดยังทรงตัวใกล้ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและผู้บริโภคสหรัฐฯ
แม้สองฝ่ายจะทำข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ และเปิดเจรจาสันติภาพในปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การเจรจาไม่บรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ทำให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ประกาศปิดล้อมท่าเรืออิหร่านใน Strait of Hormuz อย่างเป็นทางการตั้งแต่เช้าวันจันทร์ ยิ่งซ้ำเติมความเสี่ยงด้านอุปทาน และสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก
ในสหรัฐฯ ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 4.12 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นเกือบ 14% ภายในหนึ่งเดือนนับจากสงครามปะทุ และทะลุระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนด้านพฤติกรรมผู้บริโภค โดยผลสำรวจของ AAA ระบุว่าคนอเมริกันราว 59% มีแนวโน้มเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางเมื่อราคาน้ำมันเกินระดับดังกล่าว ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณว่าผู้บริโภคหันมาลดการใช้รถในชีวิตประจำวันเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง
นักวิเคราะห์พลังงานคาดว่าการปิดล้อมเต็มรูปแบบใน Strait of Hormuz จะสร้างผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลมีแนวโน้มขยับขึ้นอีกในระยะสั้น หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย ผู้เชี่ยวชาญบางรายประเมินว่าราคาเฉลี่ยน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ อาจไต่ขึ้นไปใกล้ 4.30 ดอลลาร์ต่อแกลลอนภายในสัปดาห์นี้ และมีความเป็นไปได้ที่จะแตะระดับ 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม หากยังไม่สามารถทำข้อตกลงสันติภาพได้
นัยต่อเศรษฐกิจไทยและนโยบายรับมือ
สำหรับผลกระทบต่อไทย การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ Brent จากปัญหาในช่องแคบ Strait of Hormuz จะกดดันต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปของไทย ซึ่งต้องพึ่งพาตลาดตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง ทำให้ต้นทุนพลังงาน ภาระค่าครองชีพ และต้นทุนการขนส่งของภาคธุรกิจมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามทิศทางน้ำมันโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบอัตราเงินเฟ้อและกำลังซื้อในประเทศชัดเจนขึ้นในระยะถัดไป
ความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกยังเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงินและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งผู้กำหนดนโยบายและผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านทิศทางราคาน้ำมัน การวางแผนสำรองน้ำมัน และมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม หากสงครามในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อและขยายวงกว้างออกไปอีก
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/04/14/trump-gas-prices-midterms-iran-war.html








