สหรัฐและพันธมิตรระดมมาตรการด้านพลังงานเพื่อกดดันราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามใน Iran แต่ราคาตลาดโลกยังปรับขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าการระบายคลังสำรองน้ำมันและมาตรการเศรษฐกิจยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงในช่องแคบ Hormuz ได้ในระยะสั้น ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าการคลี่คลายทางการทหารอาจเป็นเงื่อนไขสำคัญในการกดราคาพลังงานลงอย่างมีนัยสำคัญ
มาตรการด้านอุปทานยังทดแทนไม่ได้
สงครามใน Iran ทำให้ International Energy Agency คาดว่าปริมาณน้ำมันในตลาดโลกจะหายไปราว 8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม ส่วนหนึ่งมาจากการที่การขนส่งในช่องแคบ Hormuz แทบหยุดชะงัก แม้อุตสาหกรรมน้ำมันจะพยายามเบนเส้นทางขนส่งและเพิ่มกำลังการผลิตจากแหล่งอื่น แต่ยังไม่สามารถทดแทนกำลังการส่งออกจากเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ปกติรองรับน้ำมันสูงสุดถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน
รัฐบาลสหรัฐและประเทศผู้บริโภคหลักจึงเร่งระบายคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์รวมราว 400 ล้านบาร์เรล โดยการปล่อยน้ำมันส่วนของสหรัฐจะกระจายออกมาประมาณ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงสี่เดือน ขณะที่ตัวเลขรวมจากทั่วโลกประเมินโดย Goldman Sachs ว่าอาจเพิ่มอุปทานได้ราว 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งของอุปทานที่หายไปจากสงคราม สะท้อนข้อจำกัดของการใช้คลังสำรองในการพยุงตลาด
ความตึงเครียดใน Hormuz หนุนราคาน้ำมันพุ่ง
ควบคู่กันนั้น กระทรวงการคลังสหรัฐเตรียมผ่อนคลายบางส่วนของมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย และ U.S. International Development Finance Corporation อยู่ระหว่างจัดกลไกรับประกันความเสี่ยงประกันภัยเรือที่เดินสมุทรในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบสหรัฐที่ราว 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ ปรับขึ้นแตะระดับประมาณ 97 ดอลลาร์ในช่วงกลางวันวันศุกร์ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินในประเทศเพิ่มขึ้น 23% ภายในหนึ่งเดือน
ด้านยุทธการ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐระบุว่าปัจจัยหลักที่ปิดกั้นการขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz คือการโจมตีเรือพาณิชย์โดยกองกำลัง Iran โดยสหรัฐต้องการเปิดเส้นทางดังกล่าว ขณะที่ Iran ต้องการปิดกั้น แม้กองทัพเรือสหรัฐอาจเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบได้เร็วสุดปลายเดือนนี้ แต่แม้มีการคุ้มกันแล้ว ปริมาณการขนส่งก็มีแนวโน้มต่ำกว่าระดับปกติไปอีกระยะ
ตลาดพลังงานจึงเผชิญความไม่แน่นอนสูงคล้ายช่วงสงคราม Iraq ในอดีต แม้สหรัฐและเศรษฐกิจโลกเคยรับมือกับราคาน้ำมันระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสงคราม Russia–Ukraine ปี 2022 ได้ แต่ในรอบนี้ปัจจัยขับเคลื่อนราคามาจากความเสี่ยงทางทหารโดยตรงมากกว่านโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการใช้เครื่องมือด้านการคลังและการเงินเข้าควบคุมราคา
ผลกระทบต่อไทยทั้งด้านต้นทุนและความปลอดภัย
สำหรับไทย การที่ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นจากปัญหาในช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของน้ำมันจากตะวันออกกลาง จะเพิ่มต้นทุนการนำเข้าน้ำมันและเชื้อเพลิง อาจกดดันราคาขายปลีกน้ำมัน ค่าขนส่ง และต้นทุนพลังงานในระบบเศรษฐกิจโดยรวม ขณะเดียวกันเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้า Mayuree Naree ที่ชักธงไทยถูกไฟไหม้ในช่องแคบ Hormuz ย้ำให้เห็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อกองเรือการค้าของไทย และอาจทำให้ต้นทุนประกันภัยการเดินเรือของผู้ประกอบการไทยสูงขึ้นตามระดับความตึงเครียดในภูมิภาค
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/03/13/trump-iran-oil-prices-military-strait-of-hormuz.html








