หุ้น Oracle เตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณสิ้นสุด 30 พ.ย. หลังปิดตลาดวันพุธ ท่ามกลางความผันผวนรุนแรงของราคาหุ้นจากความกังวลเรื่องภาระหนี้และความยั่งยืนของดีล AI มูลมหาศาล นักวิเคราะห์ใน Wall Street จับตาว่าตัวเลขและท่าทีของผู้บริหารจะช่วยพลิกมุมมองต่อตลาด AI cloud ได้หรือไม่
ปีนี้หุ้น Oracle ยังบวกราว 32% นับตั้งแต่ต้นปี แต่ร่วงลงมากกว่า 33% ในช่วงสามเดือนล่าสุด หลังบริษัทเดินหน้าลงทุนมหาศาลเพื่อรองรับสัญญา AI กับลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะดีลมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์กับ OpenAI ที่ประกาศเมื่อเดือนก.ย. ซึ่งเป็นสัญญา 5 ปี และผูกพันให้ Oracle ต้องจัดหาไฟฟ้าราว 4.5 กิกะวัตต์เพื่อรองรับการประมวลผล
มุมมองนักวิเคราะห์ต่อดีล AI ขนาดยักษ์และภาระหนี้
เพื่อตั้งหลักรับภาระลงทุน Oracle ระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้มูลค่า 18,000 ล้านดอลลาร์ หนึ่งในดีลตราสารหนี้ขนาดใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการไตรมาสล่าสุดจะมีกำไรต่อหุ้น (ไม่รวมรายการพิเศษ) 1.64 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 1.47 ดอลลาร์ในไตรมาสก่อน ส่วนรายได้คาดที่ 16.21 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับ 14.93 พันล้านดอลลาร์
ราคาหุ้น Oracle เคยพุ่งราว 30% หลังประกาศดีลกับ OpenAI จากความคาดหวังต่อ remaining performance obligations หรือมูลค่าสัญญาคงค้างในอนาคตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ความเชื่อมั่นพลิกเป็นลบในเวลาต่อมา ทำให้ความเห็นของนักวิเคราะห์แตกเป็นวงกว้าง ทั้งฝั่งมองบวกแรงและฝั่งกังวลด้านความเสี่ยงและโครงสร้างหนี้
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์อยู่ที่ 335 ดอลลาร์ต่อหุ้น สะท้อนอัพไซด์มากกว่า 50% จากราคาปัจจุบัน โดยราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 400 ดอลลาร์ และต่ำสุดราว 175 ดอลลาร์ จากจำนวนคำแนะนำรวม 47 ราย มีกลุ่มให้คำแนะนำ strong buy 13 ราย buy 20 ราย และให้ underperform 12 ราย ขณะที่มีเพียง 2 รายที่ให้เรตติ้งต่ำกว่านั้น
ฝั่งมองบวกอย่าง Wells Fargo ให้เรตติ้ง overweight ราคาเป้าหมาย 280 ดอลลาร์ มองว่า Oracle มีโอกาสขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำรอบใหญ่ของ AI หลัง “จอง” ดีล AI มูลค่ารวมเกือบครึ่งล้านล้านดอลลาร์ และเร่งขยาย Oracle Cloud Infrastructure ให้กินส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้สมมติฐานว่าจะชิงส่วนแบ่งตลาด cloud ได้ราว 16% ภายในปี 2029 จาก 5% ในปี 2025 แม้ยังตามหลัง Amazon และ Microsoft
ในมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น JPMorgan ให้เรตติ้ง neutral ราคาเป้าหมาย 270 ดอลลาร์ ชี้ว่าความเชื่อมั่นต่อตัวหุ้นเหวี่ยงแรงเกินไปทั้งขึ้นและลง โดยสิ่งที่ตลาดเฝ้ารอคือการกระจายฐานลูกค้า AI รายใหญ่ให้กว้างกว่าการพึ่ง ChatGPT เพียงรายเดียว รวมถึงคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่องโครงสร้างสัญญา 300,000 ล้านดอลลาร์ แผนการกู้เพิ่ม ต้นทุนเงินทุน ระยะเวลาที่กระแสเงินสดอิสระจะกลับมาเป็นบวก และจังหวะการใช้จ่าย CapEx ที่จะขึ้นจุดสูงสุด
Deutsche Bank ซึ่งให้คำแนะนำ buy ราคาเป้าหมาย 375 ดอลลาร์ และ Jefferies ที่ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดในกลุ่มที่ 400 ดอลลาร์ ต่างมองว่าการดิ่งลงกว่า 30% ในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมาเปิดโอกาสสะสมหุ้น โดยเห็นว่าจุดโฟกัสของไตรมาสนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขกำไร-รายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือความชัดเจนด้านรอบการลงทุน CapEx แหล่งเงินทุนรองรับดีล AI ขนาดใหญ่ และแนวโน้มการเติบโตของ backlog และ pipeline งานด้านโครงสร้างพื้นฐานและ AI
Barclays ให้เรตติ้ง overweight ราคาเป้าหมาย 330 ดอลลาร์ ระบุว่าความกังวลต่อ “ฟองสบู่ AI” ทำให้ตลาดมอง Oracle แบบสุดโต่งเกินไปทั้งด้านบวกและลบ จนราคาหุ้นขยับลงมาที่ระดับที่เริ่มน่าสนใจ โดยนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งคาดว่า Oracle จะรายงานการเพิ่มขึ้นของ remaining performance obligations ในระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์อีกครั้ง พร้อมส่งสัญญาณการเร่งตัวของธุรกิจ Oracle Cloud Infrastructure และให้ข้อมูลเพื่อลดความกังวลด้านความเสี่ยงในดีล AI ขนาดใหญ่ของบริษัท








