Paramount Skydance เดินเกมยื่นข้อเสนอซื้อหุ้น Warner Bros. Discovery (WBD) แบบศัตรูที่เป็นมิตร (hostile bid) ด้วยเงินสดทั้งหมดที่ราคา 30 ดอลลาร์ต่อหุ้น หวังตัดหน้า Netflix ซึ่งก่อนหน้านี้บอร์ด WBD เพิ่งเลือกทำดีลขายธุรกิจสตูดิโอและสตรีมมิงให้ไปแล้ว โดยบอร์ดยืนยันล่าสุดว่ายังไม่เปลี่ยนคำแนะนำต่อข้อเสนอจาก Netflix แม้จะมีดีลใหม่จาก Paramount เข้ามาแทรกก็ตาม
ข้อเสนอของ Paramount เป็น tender offer ต่อผู้ถือหุ้น WBD ที่ราคา 30 ดอลลาร์ต่อหุ้น เป็นดีลเงินสดล้วน อ้างว่ามีเงินทุนรองรับ 41,000 ล้านดอลลาร์จากส่วนของผู้ถือหุ้น และเสริมด้วยเงินจาก RedBird Capital และ Affinity Partners ของ Jared Kushner ขณะเดียวกันยังมีวงเงินกู้ 54,000 ล้านดอลลาร์จาก Bank of America, Citi และ Apollo Global Management เพื่อใช้ปิดดีล หากสามารถรวบรวมหุ้นได้อย่างน้อย 51% Paramount จะสามารถเข้าควบคุม WBD ได้ทันที
ตามเงื่อนไขการยื่นซื้อครั้งนี้ Paramount เปิดให้ผู้ถือหุ้น WBD ตัดสินใจขายหุ้นได้เป็นเวลา 20 วันทำการ ขณะที่ WBD มีเวลา 10 วันในการตอบสนองต่อข้อเสนออย่างเป็นทางการ และ Paramount มีสิทธิยืดระยะเวลา tender offer ออกไปได้ หากเห็นว่าผู้ถือหุ้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ดีลชนดีล Netflix–ประเด็นมูลค่าและกฎระเบียบ
ในอีกด้านหนึ่ง Netflix ได้ทำข้อตกลงเบื้องต้นกับ WBD ไปก่อนแล้วเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ธุรกิจสตูดิโอและสตรีมมิงของ WBD ที่มูลค่าเทียบเท่าราว 27.75 ดอลลาร์ต่อหุ้นในรูปแบบเงินสดผสมหุ้น โดยไม่รวมธุรกิจทีวีเคเบิลดั้งเดิม ซึ่งเป็นส่วนที่ Paramount มองว่ามีมูลค่าเพียงราว 1 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่การประเมินภายในของ WBD ให้มูลค่าสูงกว่านั้น
หาก WBD ตัดสินใจเปลี่ยนมาจับมือกับ Paramount บริษัทจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมยกเลิกสัญญา (breakup fee) ให้ Netflix ราว 2,800 ล้านดอลลาร์ ทำให้ภาระต้นทุนรวมของการหันมารับข้อเสนอ Paramount สูงขึ้น และอาจบีบให้ Paramount ต้องยกระดับราคาเสนอ หรือรับภาระค่าปรับดังกล่าวเอง เพื่อให้ดีลยังคงดึงดูดผู้ถือหุ้น
การประลองข้อเสนอซื้อกิจการครั้งนี้ยังมีมิติด้านกฎระเบียบกำกับดูแล เพราะ Paramount ชี้ว่าโอกาสที่ดีลระหว่างตนกับ WBD จะผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับนั้นสูงกว่า เมื่อเทียบกับดีลผนวกแพลตฟอร์มของ Netflix กับ HBO Max ที่อาจถูกจับตาในมุมการแข่งขันทางการค้าและอำนาจเหนือตลาด ขณะที่ฝั่ง Netflix ยืนยันความเชื่อมั่นต่อการปิดดีลและปัดมุมมองว่าดีลจะสร้างผลกระทบด้านการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ
สถานการณ์จึงมีแนวโน้มจะยืดเยื้อเป็นศึกชิงสินทรัพย์สื่อและสตรีมมิงครั้งใหญ่ของฮอลลีวูด ทั้งผ่านการแข่งกันปรับข้อเสนอ การล็อบบี้ผู้ถือหุ้น และความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การต่อสู้ผ่านกลไกผู้ถือหุ้นและกระบวนการทางกฎหมาย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมองว่าบอร์ดไม่ได้ปกป้องประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสม
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/08/paramount-wbd-netflix-hostile-bid-what-to-expect.html








