Samsung Electronics รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2026 พุ่งมากกว่า 8 เท่า ทำสถิติสูงสุดใหม่ แรงหนุนจากดีมานด์ระบบ AI ที่ดันราคาชิปหน่วยความจำพุ่ง และผลประกอบการออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ทั้งรายได้และกำไรทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
บริษัทเปิดเผยว่ารายได้ไตรมาสแรกอยู่ที่ 133.9 ล้านล้านวอน เทียบกับที่ตลาดคาด 132.69 ล้านล้านวอน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 57.2 ล้านล้านวอน สูงกว่าคาดการณ์ 55.28 ล้านล้านวอน และเพิ่มขึ้นมากกว่า 750% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรไตรมาสเดียวสูงกว่ากำไรทั้งปี 2025 ที่ 43.6 ล้านล้านวอน และต่อยอดสถิติใหม่ต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2025
ธุรกิจชิปหนุนทำกำไรเกิน 90% ของทั้งกลุ่ม
แรงขับหลักมาจากธุรกิจชิปของ Samsung หรือ DS (Device Solutions) ซึ่งรวมทั้งชิปหน่วยความจำ การออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ และธุรกิจ foundry โดยไตรมาส 1 แผนกนี้มีกำไรจากการดำเนินงาน 53.7 ล้านล้านวอน จากระดับเพียงราว 1 ล้านล้านวอนในปีก่อน คิดเป็นมากกว่า 90% ของกำไรรวมทั้งบริษัท อัตรากำไรของธุรกิจชิปในไตรมาสดังกล่าวยังถูกประเมินว่าสูงกว่า 70% สูงกว่าบริษัทชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ TSMC ในไตรมาสล่าสุด สะท้อนภาวะขาดแคลนหน่วยความจำที่ดันราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ดีมานด์จากศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลกผลักให้ความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ สมาร์ทโฟน พีซี และเครื่องเล่นเกมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ฝั่งอุปทานไม่สามารถเร่งขึ้นทัน ทำให้ Samsung ระบุว่าความสามารถในการส่งมอบหน่วยความจำของบริษัทต่ำกว่าความต้องการลูกค้าในระดับ “ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์” และลูกค้าบางรายเร่งจองความต้องการไปไกลถึงปี 2027 โดยบริษัทคาดว่าสมดุลอุปสงค์-อุปทานจะตึงตัวมากขึ้นอีกในปีนั้น
การแข่งขัน HBM ระหว่างผู้นำเกาหลีใต้
ในส่วนของ high-bandwidth memory (HBM) ซึ่งเป็นหัวใจของชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI รายได้ของ Samsung ได้รับแรงหนุนจากยอดขาย HBM ที่เพิ่มขึ้น แม้ต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงจาก SK Hynix ที่ยังครองส่วนแบ่งรายได้ HBM ราว 57% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว Samsung พยายามเร่งไล่ตาม โดยประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ว่ากลายเป็นรายแรกที่เริ่มผลิต HBM4 เชิงพาณิชย์และส่งมอบให้ลูกค้าที่ไม่เปิดชื่อ ซึ่ง HBM4 ถือเป็นเจเนอเรชันที่ 6 และคาดว่าจะเป็นหน่วยความจำหลักสำหรับสถาปัตยกรรม AI รุ่นใหม่ Vera Rubin ของ Nvidia
แม้ธุรกิจชิปได้อานิสงส์จากราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งแนวโน้มดังกล่าวอาจกดดันธุรกิจสมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าของ Samsung เนื่องจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่ใช้ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทระบุว่าจะติดตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจกระทบห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบและพลังงาน
สะท้อนมุมมองนักลงทุนและผลต่อผู้เล่นไทย
ในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ราคาหุ้น Samsung แกว่งตัวหลังประกาศผลประกอบการ โดยระหว่างวันดีดขึ้นราว 1% ก่อนจะอ่อนตัวมาปิดลบ 2.43% แต่เมื่อนับตั้งแต่ต้นปี ราคาหุ้นยังปรับเพิ่มขึ้นราว 90% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อโอกาสเติบโตจากคลื่นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก
สำหรับไทย ผลประกอบการที่แข็งแกร่งและภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำของ Samsung บ่งชี้ว่าราคาชิปที่ใช้ในสมาร์ทโฟน พีซี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อาจยืนในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลต่อต้นทุนผู้ผลิตและผู้นำเข้าไทย รวมถึงต้นทุนการลงทุนศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ในประเทศซึ่งต้องพึ่งพาชิปหน่วยความจำจากเกาหลีใต้และผู้เล่นรายใหญ่รายอื่นเป็นหลัก
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/04/30/samsung-q1-earnings-ai-memory-chip-demand-profit-record.html








