Stephanie Link ชี้ตลาดประเมินมูลค่า AI ของ Microsoft ต่ำเกินจริง แนะใช้จังหวะผันผวนสะสมหุ้นเทคฯ ใหญ่
Stephanie Link นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Hightower Advisors มองว่าตลาดยังประเมินศักยภาพด้าน AI ของ Microsoft ต่ำกว่าความเป็นจริง แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นในปีนี้ โดยมองว่าความผันผวนระยะสั้นกำลังเปิดโอกาสให้ทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางตัว รวมถึงหุ้นกลุ่ม cybersecurity ที่ยังไม่ปรับตัวขึ้นแรงเท่าตลาด
Link ระบุว่า Microsoft ซึ่งมักถูกมองเป็นตัวแทนความคาดหวังต่อ OpenAI และ ChatGPT ปรับตัวขึ้นมากกว่า 14% ตั้งแต่ต้นปี แต่ร่วงราว 11% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนตุลาคม หลังบริษัทส่งสัญญาณว่ารายจ่ายลงทุนจะเร่งตัวขึ้นในปีงบประมาณนี้ นอกจากนี้ ยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลต่อความก้าวหน้าของโมเดล Gemini 3 ของ Google และรายงานจาก The Information ที่ระบุว่าผลิตภัณฑ์ AI ของบริษัททำยอดเติบโตไม่ถึงเป้าหมาย ซึ่ง Microsoft ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการปรับลดโควตาการขาย
มองบวก Microsoft–Snowflake ชู Palo Alto Networks เด่นในกลุ่มไซเบอร์
แม้ราคาหุ้นและ sentiment จะถูกกดดัน Link เห็นว่าตลาดยังมองข้ามโอกาสการเติบโตบางส่วนของ Microsoft โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจและโอกาสการขยายตัวของ margin จากการลงทุนด้าน AI พร้อมชี้ว่าระดับ valuation ของหุ้นที่ลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเริ่มกลับมาน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว
ในกลุ่มซอฟต์แวร์ด้านข้อมูล Link ยังให้น้ำหนักเชิงบวกกับ Snowflake ซึ่งราคาหุ้นทะยานขึ้นมากว่า 73% ในปีนี้ จากมุมมองว่าบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์สำคัญจากกระแส AI และการประมวลผลข้อมูลบน cloud โดยเธอมองว่า Snowflake เด่นกว่าหุ้นซอฟต์แวร์รายใหญ่บางตัวอย่าง Salesforce และ Adobe ที่มีมูลค่าสูงเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม Link ระบุว่า Snowflake ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้สูง หลังยืนยันประมาณการรายได้ไตรมาสสามและแนวโน้มปีงบประมาณ 2026 เมื่อปลายเดือนตุลาคม ทำให้ตลาดคาดหวังว่าบริษัทต้องทำรายได้สูงกว่าประมาณการและปรับปรุง margin อย่างต่อเนื่อง จึงจะสามารถหนุนราคาหุ้นหลังจากปรับขึ้นแรงมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา
ด้านกลุ่ม cybersecurity Link แนะนำสะสมหุ้น Palo Alto Networks เพื่อเกาะการเติบโตของอุตสาหกรรมความปลอดภัยไซเบอร์ โดยมองว่าหุ้นน่าสนใจกว่า CrowdStrike ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแต่มี valuation สูงกว่า ขณะที่ราคาหุ้น Palo Alto Networks ปีนี้เพิ่มขึ้นเพียงราว 3% และถูกกดดันจากความกังวลเรื่องความเสี่ยงจากการควบรวมกิจการต่อเนื่อง
Palo Alto Networks เดินหน้าขยายตัวผ่านดีลขนาดใหญ่หลายรายการในปีนี้ รวมถึงข้อตกลงซื้อกิจการผู้ให้บริการด้าน identity security อย่าง CyberArk มูลค่าราว 25,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนกรกฎาคม ตามด้วยการเข้าซื้อแพลตฟอร์ม observability Chronosphere มูลค่า 3.35 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤศจิกายน และแผนซื้อ Protect AI มูลค่า 650–700 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนเมษายน เพื่อเสริมความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับแอปพลิเคชันและโมเดล AI และ machine learning ซึ่ง Link ประเมินว่าดีลเหล่านี้จะสร้างประโยชน์เชิงโครงสร้างในระยะยาว แม้จะเพิ่มความไม่แน่นอนในช่วงเปลี่ยนผ่านก็ตาม








