Bank of America ระบุในรายงานมุมมองการลงทุนล่าสุดว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมบางส่วนยังมีอัพไซด์ในช่วงปลายปี โดยคัดเลือก Nvidia, Palantir, Robinhood, Supernus Pharmaceuticals และ Crane เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มที่เชื่อว่ายังมี “room to run” เทียบเคียงกับ Nvidia ซึ่งยังถูกมองเป็นหุ้นนำของธีม AI
เจาะหุ้นเด่น Robinhood–Crane–Palantir–Supernus–Nvidia
สำหรับ Robinhood ธนาคารมองว่าบริษัทอยู่ในช่วงเร่งเครื่องเติบโต หลังประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุดออกมาดีกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแล้วราว 245% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ราคาเป้าหมายถูกปรับเพิ่มเป็น 166 ดอลลาร์ต่อหุ้น แม้ยอมรับว่าระดับ valuation เริ่มตึงตัว แต่ยังมองเห็นโอกาสจากการขยายฐานลูกค้าออกจากกลุ่มบัญชีขนาดเล็กและนักลงทุนรุ่นใหม่ ไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
Crane ถูกมองว่าเป็นหุ้นอุตสาหกรรมที่ให้ความมั่นคงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ด้วยพอร์ตธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรม aerospace & defense ไปจนถึง Process Flow Technologies ราคาหุ้นปรับขึ้นมากกว่า 20% ในปีนี้ โดย Bank of America ประเมินว่าบริษัทมีศักยภาพขยาย margin ในธุรกิจเดิม ควบคู่กับการใช้กลยุทธ์ M&A เชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมพอร์ตในกลุ่ม Aerospace & Electronics และกลุ่มอื่นที่เกี่ยวข้อง
ด้าน Palantir นั้น Bank of America มองว่าบริษัทอยู่ในตำแหน่งผู้นำด้านซอฟต์แวร์ AI แบบครบวงจร ทั้งในบทบาท enabler, integrator และ architect พร้อมชี้ว่าการเติบโตเริ่มเร่งตัวขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าและสัญญาใหม่ โดยจำนวนลูกค้ารวมในไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบปีต่อปี และฐานลูกค้า U.S. Commercial เพิ่มขึ้น 65% ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นแล้วราว 123% นับจากต้นปี และราคาเป้าหมายถูกปรับขึ้นเป็น 255 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ในฝั่งเฮลธ์แคร์ Supernus Pharmaceuticals ถูกเริ่มต้นคัดด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเป้าหมาย 65 ดอลลาร์ โดยมองว่าเป็น “growth story” ที่ตลาดยังให้มูลค่าไม่เต็มศักยภาพ จากพอร์ตยาที่มุ่งรักษาโรคในระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วย ADHD และภาวะแทรกซ้อนทางการเคลื่อนไหวในโรค Parkinson ระยะลุกลาม
Nvidia ยังถูกรายงานย้ำคำแนะนำ “ซื้อ” และให้เป็น “top sector pick” ในธีม AI โดย Bank of America ประเมินว่าความต้องการชิปสำหรับ cloud และ accelerated computing ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ซัพพลายถูกบริหารจัดการได้ดี ทำให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นยังมีแนวโน้มถูกปรับขึ้นต่อเนื่อง พร้อมมองว่า valuation ปัจจุบันยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไรต่อหุ้นมากกว่า 40% จากการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตชิปกราฟิกสำหรับ PC ไปสู่การเป็นซัพพลายเออร์หลักในตลาด high-end gaming, enterprise graphics, cloud และยานยนต์อัจฉริยะ
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/11/29/five-stocks-like-nvidia-with-more-room-to-run.html








