สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจาก OPEC ในสัปดาห์นี้ เขย่าความสามารถของกลุ่มในการกำหนดทิศทางราคาน้ำมันโลก และลดบทบาทนำของซาอุดีอาระเบีย ในระยะยาว นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าพัฒนาการนี้อาจกดดันราคาและเพิ่มความผันผวนของตลาดน้ำมันดิบ
UAE ถือเป็นสมาชิกที่ทรงอิทธิพลรองจากซาอุดีอาระเบียใน OPEC เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มี spare production capacity ในระดับสูง สามารถเร่งเพิ่มกำลังผลิตได้ในเวลาอันสั้นเพื่อรับมือวิกฤตอุปทาน โดยซาอุดีอาระเบียและ UAE ร่วมกันถือครองส่วนใหญ่ของ spare capacity โลกมากกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน การถอนตัวของ UAE จึงถูกมองว่าเป็นการดึง “เสาหลัก” สำคัญออกจากกลไกบริหารตลาดของ OPEC
บทบาท OPEC สั่นคลอน และแรงจูงใจของ UAE
นักวิเคราะห์จาก Rystad Energy ประเมินว่า OPEC จะอ่อนแรงเชิงโครงสร้างมากขึ้นในด้านความสามารถควบคุมสมดุลตลาดและราคา ขณะที่อดีตผู้ประสานงานด้านพลังงานระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ว่า แม้ซาอุดีอาระเบียยังมีศักยภาพใช้ spare capacity ของตนเองเพื่อ “กำราบ” ตลาดได้ แต่พลังต่อรองของริยาดภายใน OPEC และต่อกลุ่มผู้ผลิตรายอื่นจะลดลงหลัง UAE แยกตัว
การตัดสินใจของ UAE มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบ Hormuz หลังเผชิญการโจมตีด้วยจรวดและโดรนจากอิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิก OPEC เช่นกัน การโจมตีต่อเรือเดินสมุทรในบริเวณดังกล่าวจำกัดความสามารถในการส่งออกน้ำมันของ UAE และกระทบฐานเศรษฐกิจหลักของประเทศ แม้รัฐบาล UAE ไม่เชื่อมโยงการถอนตัวครั้งนี้กับสงครามโดยตรง
ระยะสั้น นักวิเคราะห์บางรายเห็นว่าผลกระทบต่อราคาน้ำมันยังจำกัด เนื่องจากการปิดกั้นช่องแคบ Hormuz ยังคงบีบข้อจำกัดด้านการส่งออกอยู่ ทำให้ตลาดฟิวเจอร์สน้ำมันแทบไม่ตอบสนองต่อข่าวในวันประกาศ อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว การที่ผู้ผลิตรายใหญ่หลุดออกจากกลไกโควตา อาจบั่นทอนเอกภาพของผู้ผลิต และทำให้ความร่วมมือพยุงราคายากขึ้นในช่วงที่ตลาดล้นอุปทาน
UAE แสดงจุดยืนต้องการอิสระในการตัดสินใจผลิตมากขึ้น เพื่อเดินหน้าขยายกำลังการผลิตให้ถึง 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2027 หลังไม่พอใจการลดกำลังผลิตตามข้อตกลงนำโดยซาอุดีอาระเบียต่อเนื่องหลายปี ขณะเดียวกันยังจับตาว่า Iraq และสมาชิก OPEC+ อย่าง Russia มักผลิตเกินโควตา ซึ่งยิ่งตอกย้ำความไม่สมดุลภายในกลุ่ม
ผลต่อโครงสร้างตลาดน้ำมันโลกและเศรษฐกิจไทย
เมื่อวิกฤตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านคลี่คลายและช่องแคบ Hormuz กลับมาเปิดเต็มรูปแบบ นักวิเคราะห์คาดว่า UAE จะเร่งใช้ spare capacity ของตนอย่างเต็มที่เพื่อเพิ่มการส่งออก ขณะที่ตลาดอาจต้องเผชิญความผันผวนของราคาที่สูงขึ้น หากความต้องการน้ำมันอ่อนแอและเกิดส่วนเกินอุปทาน โดยที่ไม่มีการใช้บทบาทผู้นำของซาอุดีอาระเบียผ่าน OPEC เพื่อค้ำยันราคาเหมือนในอดีต
ต่อไทย การถอนตัวของ UAE จาก OPEC เพิ่มความเสี่ยงให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนมากขึ้นในระยะถัดไป ซึ่งกระทบต้นทุนนำเข้าน้ำมันของไทยโดยตรง และอาจสะท้อนสู่ราคาขายปลีกเชื้อเพลิง เงินเฟ้อ และต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าเป็นหลัก ขณะเดียวกัน หากการแข่งขันเพิ่มกำลังผลิตรุนแรงและราคาน้ำมันอ่อนตัว ก็อาจช่วยลดภาระนำเข้าชั่วคราว แต่ต้องแลกกับความไม่แน่นอนด้านราคาในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/04/28/oil-uae-opec-saudi-arabia.html








