ตลาดสินเชื่อที่บริหารโดยธนาคารผู้จัดการยังคงเป็นแหล่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทนสูง แม้ว่านักลงทุนรายย่อยจะไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อประเภทนี้โดยตรง แต่สามารถลงทุนผ่านช่องทางกองทุนรวมและกองทุน ETF ประเภท Bank Loan, senior loan หรือ syndicated loan ได้ ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ในสหรัฐฯ มองว่าสินทรัพย์กลุ่มนี้ยังคงให้ระดับรายได้ที่น่าสนใจ แม้จะอยู่ภายใต้ภาวะดอกเบี้ยขาลงของ Fed ในปี 2026
สินเชื่อที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงของกองทุน bank loan ETF ส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ของบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จัก เช่น American Airlines และ X ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มต่ำกว่า investment grade โดยสินเชื่อเหล่านี้ถูกจัดโครงสร้างและกระจายความเสี่ยงผ่านระบบ syndication ของธนาคารไปยังผู้ให้กู้รายใหญ่ เช่น กองทุนรวมและนักลงทุนสถาบัน จุดเด่นสำคัญคืออัตราดอกเบี้ยที่ลอยตัวอ้างอิง SOFR ทำให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามทิศทางดอกเบี้ยระยะสั้น ซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างจากพันธบัตรทั่วไปที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่
ข้อมูลจาก Morningstar ระบุว่าปัจจุบันมี bank loan ETF ในตลาดสหรัฐฯ 16 กองทุน และยังมีกองทุนรวมประเภทเดียวกันอีกจำนวนมาก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกิดการออกกองทุนใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกองทุนที่บริหารเชิงรุก เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการใช้ ETF เป็นเครื่องมือเข้าถึงเกือบทุกสินทรัพย์
กองทุนเด่นและกลยุทธ์การบริหารจัดการ
Invesco Senior Loan ETF หรือ BKLN ถือเป็น bank loan ETF รายแรกและใหญ่ที่สุดในตลาด ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ราว 7.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กองทุนนี้บริหารแบบเชิงรับ โดยมี 30-day SEC yield อยู่ที่ 5.88% คิดค่าธรรมเนียม 0.65% และได้รับเรตติ้งสามดาวพร้อมระดับ bronze จาก Morningstar แม้ว่าผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจะอยู่ในกลุ่มต่ำสุดของกองทุนกลุ่มเดียวกัน แต่ในปี 2025 กองทุนนี้เคยอยู่ในกลุ่มที่ทำผลการดำเนินงานได้สูงสุด
ในขณะที่ Nuveen บริหาร Nuveen Floating Rate Income Fund แบบเชิงรุก โดยให้น้ำหนักสินเชื่อ senior loan ราว 81.6% ส่วนที่เหลือกระจายไปยังหุ้นกู้เอกชน เงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสด รวมถึงการถือ ETF เพื่อเสริมสภาพคล่อง เนื่องจากตลาดสินเชื่อธนาคารมีสภาพคล่องจำกัด กองทุนชนิด A-class มี 30-day SEC yield อยู่ที่ 5.97% อัตราค่าธรรมเนียม 1% และได้รับเรตติ้งสี่ดาวจาก Morningstar ผลตอบแทนอยู่ในกลุ่มไตรมาสที่สองของกองทุนประเภทเดียวกันอย่างต่อเนื่องถึงปี 2025
แนวโน้มและข้อพิจารณาสำหรับนักลงทุน
ผู้เชี่ยวชาญด้านตราสารหนี้มองว่าปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจที่ยังแข็งแรง ราคาสินทรัพย์ที่ยังมีส่วนลด และโครงสร้างดอกเบี้ยลอยตัว ทำให้สินทรัพย์กลุ่ม bank loan น่าสนใจทั้งในมิติรายได้ประจำ และในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของดอกเบี้ยระยะยาว แม้ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงบางส่วนแล้ว แต่ได้ชะลอการลดต่อในเดือนมกราคม ส่งผลให้ผลตอบแทนที่แท้จริงของสินทรัพย์ดอกเบี้ยลอยตัวยังถูกมองว่ามีความน่าสนใจ
นักลงทุนที่สนใจจำเป็นต้องพิจารณาค่าธรรมเนียม ผลการดำเนินงานย้อนหลัง และโครงสร้างพอร์ตอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบหมวดหมู่กองทุนในระบบของโบรกเกอร์หรือ Morningstar ให้ตรงกับหมวด bank loan หรือ senior loan เนื่องจากมีกองทุนที่ใช้คำว่า floating rate แต่ลงทุนในสินทรัพย์ดอกเบี้ยลอยตัวประเภทอื่นที่ไม่ใช่สินเชื่อธนาคารโดยตรง อีกทั้งตลาดนี้มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและโครงสร้างดัชนีที่ซับซ้อน ทำให้กองทุนเชิงรุกมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่างองทุนเชิงรับในหลายช่วงเวลา
ในเชิงกลยุทธ์ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้จัด bank loan เป็นส่วนหนึ่งของสัดส่วนตราสารหนี้เพื่อกระจายความเสี่ยง ช่วยลดความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยจาก duration ของพันธบัตรทั่วไป และเพิ่มรายได้ประจำของพอร์ต แต่ด้วยความเสี่ยงเครดิตที่สูงกว่าพันธบัตร investment grade นักลงทุนจึงควรจำกัดสัดส่วนให้อยู่ในกรอบของตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนสูงตามที่ตนเองรับความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
สำหรับผู้ลงทุนไทย แนวโน้มการเติบโตของ bank loan ETF และกองทุน floating rate ต่างประเทศมีนัยสำคัญต่อกองทุนรวมแบบ feeder fund ในประเทศที่ไปลงทุนในกองทุนเหล่านี้โดยตรง รวมถึงนักลงทุนไทยที่ลงทุนผ่านบัญชี offshore ของโบรกเกอร์ไทยหรือธนาคารพาณิชย์ การติดตามค่าธรรมเนียม ผลการดำเนินงานย้อนหลัง ความเสี่ยงเครดิต และความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน จึงเป็นปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจใช้ bank loan fund เป็นส่วนเสริมของพอร์ตตราสารหนี้ในระยะยาว








