การหารือด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กรุงปารีสสุดสัปดาห์นี้ถูกมองว่าเป็นเวทีปูทางสู่ซัมมิตระหว่าง President Xi Jinping และ President Donald Trump ในกรุงปักกิ่งช่วงปลายเดือน มากกว่าจะเป็นรอบเจรจาที่ได้ข้อยุติสำคัญใหม่ๆ ตามมุมมองของนักวิเคราะห์
วงเจรจาปารีสปูทางซัมมิตผู้นำ
การประชุมจะมี Vice-Premier He Lifeng และ US Treasury Secretary Scott Bessent เป็นผู้แทนระดับสูง โดยคาดว่าจะหยิบยกประเด็นข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับภาษีนำเข้า การลงทุน รวมถึงการค้า soybean และ rare earths เพื่อจัดทำเป็น “deliverables” สำหรับการประชุมผู้นำทั้งสองประเทศในกรุงปักกิ่ง
ตามกำหนดการอย่างเป็นทางการ Bessent จะอยู่ที่ปารีสระหว่างวันที่ 15-16 มีนาคม ขณะที่ He Lifeng จะปฏิบัติภารกิจในเมืองเดียวกันระหว่างวันที่ 14-17 มีนาคม สะท้อนว่าการหารือจะกินเวลาหลายวันและมีความต่อเนื่องในระดับคณะทำงาน
สื่อทางการ People’s Daily ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเผยแพร่บทความเชิงบทบรรณาธิการภายใต้นามปากกา “Zhong Sheng” เรียกร้องให้การเจรจาที่ปารีสเป็น “จุดเริ่มต้นที่ดี” ของปฏิสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในปีนี้ พร้อมส่งสัญญาณว่าจีนต้องการสื่อภาพความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
แรงจูงใจรักษาสถานะ ‘trade truce’
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ทั้งปักกิ่งและวอชิงตันต่างมีแรงจูงใจระยะสั้นที่จะรักษาสถานะ “trade truce” ที่มีอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญโจทย์ภายในประเทศ
สำหรับจีน รัฐบาลจำเป็นต้องอาศัยสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีเสถียรภาพ ขณะจัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ ส่วนสหรัฐฯ กำลังเร่งโฟกัสการเมืองภายในก่อนการเลือกตั้ง midterm เดือนพฤศจิกายน ทำให้ไม่มีแรงจูงใจเปิดศึกการค้ารอบใหม่ในระยะสั้น
ด้วยเหตุนี้ วงเจรจาที่ปารีสจึงถูกคาดหวังว่าจะเป็นการกำหนดกรอบและสร้างบรรยากาศเชิงบวกสำหรับซัมมิต Xi-Trump มากกว่าการตัดสินใจเชิงนโยบายใหญ่ ๆ ทันที แม้ประเด็นอ่อนไหวอย่างภาษี การเข้าถึงตลาด และทรัพยากรยุทธศาสตร์ยังคงเป็นแกนหลักบนโต๊ะเจรจาก็ตาม








