ตัวแทนการค้าสหรัฐฯ Jamieson Greer ชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภาเมื่อวันอังคารว่า เส้นตายที่จีนต้องซื้อถั่วเหลืองจากเกษตรกรสหรัฐฯ ปริมาณ 12 ล้านตันเมตริก ตามข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับรัฐบาล Donald Trump ไม่ได้อยู่ที่สิ้นเดือนธันวาคมตามที่ระบุในเอกสารทำเนียบขาว แต่ให้อิง “ช่วงฤดูกาลเพาะปลูก” แทน โดย Greer ยอมรับว่ามี “discrepancy” หรือความคลาดเคลื่อนระหว่างข้อเท็จจริงกับเอกสารทางการดังกล่าว
คำชี้แจงนี้มีขึ้นหลังจากรายงานของ NBC News ระบุว่า ความเร็วในการซื้อถั่วเหลืองของจีนในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่เพียงพอจะบรรลุเป้าภายในสิ้นปีปฏิทิน โดย Greer แจ้งต่อคณะอนุกรรมาธิการด้าน Agriculture, Rural Development, Food and Drug Administration and Related Agencies ว่าจีนได้ซื้อไปแล้วเพียงราว 3 ล้านตันเมตริก นับตั้งแต่ยุติการคว่ำบาตรถั่วเหลืองสหรัฐฯ เมื่อเดือนตุลาคม ท่ามกลางบริบทสงครามการค้า
ความคลาดเคลื่อนเรื่องกรอบเวลาและผลสะเทือนต่อเกษตรกร
อย่างไรก็ดี fact sheet ของทำเนียบขาวที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ระบุชัดว่า จีนจะต้องซื้อถั่วเหลืองสหรัฐฯ อย่างน้อย 12 ล้านตันเมตริก ภายในสองเดือนสุดท้ายของปี 2025 และอีกอย่างน้อยปีละ 25 ล้านตันเมตริก ในปี 2026-2028 ทำให้ถ้อยแถลงของ Greer ขัดแย้งกับเอกสารทางการของฝ่ายบริหาร
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ระบุว่า ฤดูกาลเพาะปลูกถั่วเหลืองล่าสุดสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน แต่ Greer ไม่ได้ชี้ชัดว่าเส้นตายเป็นแบบ “hard deadline” ที่ตายตัว หรือเป็นเพียงกรอบเวลาคร่าวๆ ขณะที่ Scott Bessent รัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า คาดว่าจีนจะทำยอดซื้อได้ครบ 12 ล้านตันเมตริก ภายใน “end of the season” ซึ่งเขาอธิบายว่าอาจหมายถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์
ด้าน Joe Glauber อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า คำว่า “growing season” ไม่ใช่คำทางเทคนิคที่ USDA ใช้เป็นมาตรฐาน โดยปกติการอ้างอิงด้านการค้าจะยึดตาม “marketing year” ของถั่วเหลือง ซึ่งนับตั้งแต่เดือนกันยายนที่เริ่มเก็บเกี่ยวไปถึงเดือนสิงหาคมปีถัดไป กรอบเวลาดังกล่าวเปิดโอกาสให้จีนมีเวลามากขึ้นในการทำยอดซื้อ เนื่องจากช่วงต้นปีปฏิทินเป็นเวลาที่ถั่วเหลืองจากบราซิลมีราคาถูกและครองส่วนแบ่งตลาด ก่อนที่ถั่วเหลืองสหรัฐฯ จะได้เปรียบด้านราคาในช่วงปลายปี
ความไม่ชัดเจนของกรอบเวลาซื้อสินค้าอาจทำให้การคลี่คลายแรงกดดันต่อเกษตรกรสหรัฐฯ เกิดขึ้นช้ากว่าที่คาด เมื่อเทียบกับภาพที่ฝ่ายบริหารนำเสนอในช่วงประกาศกรอบข้อตกลงกับจีนครั้งแรก ซึ่งระบุว่าจะมีคำสั่งซื้อจำนวนมากไหลเข้ามาในช่วงเวลาสั้นเพียงสองเดือนสุดท้ายของปี
สำหรับไทย การเลื่อนกรอบเวลาและเปิดทางให้จีนกระจายการซื้อถั่วเหลืองสหรัฐฯ ให้ยืดเยื้อออกไป อาจช่วยลดแรงกดดันด้านราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกในระยะสั้น และทำให้ต้นทุนเมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองนำเข้าของผู้ผลิตอาหารสัตว์และอุตสาหกรรมแปรรูปไทยผันผวนลดลงบ้าง แต่ในระยะยาวไทยยังจำเป็นต้องติดตามทิศทางข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเร่งซื้อในภายหลังยังอาจสร้างแรงกระแทกต่อราคาและต้นทุนการนำเข้าของไทยได้อีกครั้ง








