สหรัฐฯ จะเลื่อนการประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคม 2026 ที่เดิมมีกำหนดเผยแพร่วันศุกร์นี้ หลังเผชิญภาวะ “partial government shutdown” ทำให้หน่วยงานรัฐบาลขาดงบประมาณดำเนินงานและไม่สามารถเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจตามกำหนดได้
Bureau of Labor Statistics (BLS) ยืนยันว่าจะไม่ออกแถลง “Employment Situation” ประจำเดือนมกราคมในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ และจะกำหนดวันเผยแพร่ใหม่หลังรัฐบาลกลับมาผ่านกฎหมายจัดสรรงบประมาณเรียบร้อย การเลื่อนครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังเหตุ “shutdown” ครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำให้หลายชุดข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญล่าช้าจน BLS เพิ่งทยอยเคลียร์คิวเผยแพร่ได้เกือบหมด
BLS เป็นหน่วยงานหลักที่จัดทำข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งตลาดแรงงานและผู้บริโภค รวมถึง consumer price index และสถิตินำเข้า-ส่งออก ทำให้การหยุดชะงักของหน่วยงานมีความเสี่ยงจะกระทบต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายชุด ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า Commerce Department ซึ่งรับผิดชอบข้อมูลเศรษฐกิจด้านผลิตภาพ การค้า และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ จะได้รับผลกระทบด้านกำหนดการรายงานเช่นกันหรือไม่
ผลกระทบต่อตลาดและนโยบายการเงิน
การเลื่อนประกาศตัวเลขจ้างงานเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ตลาดการเงินจับตาข้อมูลเศรษฐกิจจำนวนมาก โดยรายงาน nonfarm payrolls ถือเป็นไฮไลต์สำคัญ เนื่องจากใช้วัดจำนวนการจ้างงานที่ภาคธุรกิจรายงาน และใช้ร่วมกับแบบสำรวจครัวเรือนในการคำนวณอัตราการว่างงาน ก่อนหน้าการเลื่อนครั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าเดือนมกราคมจะมีการจ้างงานเพิ่มราว 55,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.4%
นอกจากตัวเลขจ้างงานหลัก BLS ยังมีกำหนดเผยแพร่รายงาน Job Openings and Labor Turnover Survey (JOLTS) ในวันอังคาร ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินภาวะตึงตัวของตลาดแรงงาน ทั้งจำนวนตำแหน่งงานว่าง การลาออก และการเลิกจ้าง การขาดความต่อเนื่องของข้อมูลเหล่านี้อาจทำให้ทั้งนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายขาดสัญญาณอ้างอิงระยะสั้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ภาวะ partial shutdown ล่าสุดเริ่มขึ้นในวันเสาร์ หลังสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงงบประมาณก่อนเส้นตาย โดยหนึ่งในประเด็นขัดแย้งหลักคือวงเงินของ Department of Homeland Security ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องมาตรการควบคุมการอพยพผิดกฎหมาย ผู้นำสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรีพับลิกันระบุว่ามีความหวังว่าจะหาทางออกได้ภายในวันอังคาร แต่ยังไม่มีความแน่นอนเชิงนิติบัญญัติ
สำหรับไทย การเลื่อนรายงานจ้างงานสหรัฐฯ ทำให้ตลาดทุนและผู้ประกอบการไทยขาดข้อมูลสำคัญในการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Federal Reserve และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งมีผลต่อค่าเงินบาท ทิศทางเงินทุนไหลเข้าออก และคำสั่งซื้อจากคู่ค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภาคการส่งออกและท่องเที่ยวที่พึ่งพากำลังซื้อของผู้บริโภคอเมริกันสูงเป็นพิเศษ








