ตลาดหุ้นสหรัฐจับตาผลประกอบการของ General Motors, Boeing และ American Airlines ในวันอังคาร ขณะที่ราคาทองคำ เงิน และแพลทินัมพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ หนุนกระแสลงทุนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ท่ามกลางบรรยากาศการเก็งกำไรที่ร้อนแรงขึ้นในตลาดโลก
ดัชนี S&P 500 เปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวขึ้น ก่อนที่ตลาดจะต้องรับงบไตรมาสสำคัญในช่วงเช้าวันอังคาร โดย GM เตรียมประกาศผลประกอบการ ท่ามกลางราคาหุ้นที่ปรับขึ้นราว 14% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา แม้ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อต้นเดือนราว 7% ขณะที่ American Airlines ก็จะรายงานงบเช่นกัน หุ้นปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 6% ในรอบสามเดือน แต่อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ของปีก่อนราว 17%
จับตางบยักษ์ใหญ่-เทคโนโลยีผันผวน ทองคำ-โลหะมีค่าทำสถิติใหม่
ฝั่งอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ นักลงทุนจับตา Boeing อย่างใกล้ชิด ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นราว 12% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา และเพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยตลาดรอดูสัญญาณทิศทางคำสั่งซื้อและการฟื้นตัวของซัพพลายเชน ซึ่งมีน้ำหนักต่อหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนีหลักของสหรัฐ
หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังเป็นจุดโฟกัสหลังเผชิญแรงขายหนักในช่วงเดือนที่ผ่านมา Apple ปรับขึ้นราว 3% เมื่อวันจันทร์ หลัง JPMorgan ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 315 ดอลลาร์ต่อหุ้น แต่ราคาหุ้นยังลดลง 6.6% ในรอบหนึ่งเดือน และต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนธันวาคมราว 11.5% ขณะที่ Oracle ดีดขึ้นเกือบ 3% แต่ยังปรับตัวลงเกือบ 8% ในหนึ่งเดือน และต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนกันยายนราว 47%
นักลงทุนยังติดตามแนวโน้มของ Meta Platforms ที่จะรายงานผลประกอบการกลางสัปดาห์ โดยตลาดให้ความสำคัญกับระดับการใช้จ่ายลงทุน (capex) ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาหุ้น หาก capex สูงกว่าคาด ตลาดอาจกังวลต่อผลกระทบต่อกำไร ขณะที่ capex ต่ำกว่าคาดอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น ทั้งนี้ หุ้น Meta ร่วงลงเกือบ 9% ในรอบสามเดือน และต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนสิงหาคมราว 15.5%
ด้านตลาดโลหะมีค่าปรับตัวแรง ราคาทองคำ เงิน และแพลทินัมต่างทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อวันจันทร์ ทองคำเพิ่มขึ้นราว 11% ภายในหนึ่งเดือน มุ่งหน้าสู่ผลตอบแทนรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1982 ขณะที่เงินพุ่งขึ้นราว 38% ในเดือนเดียว มีแนวโน้มทำผลงานรายเดือนดีที่สุดตั้งแต่ปี 1979 สะท้อนแรงซื้อสินทรัพย์ทางเลือกในช่วงที่นักลงทุนต้องการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้น
ในกลุ่มหุ้นสุขภาพ UnitedHealth ยังคงเผชิญแรงกดดัน ราคาหุ้นปรับลดลงราว 3% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา และต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนเมษายนประมาณ 42% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อโครงสร้างต้นทุนและกรอบกำกับดูแลด้านสาธารณสุขในสหรัฐ
สำหรับนักลงทุนไทย ความเคลื่อนไหวของหุ้นยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ และการพุ่งขึ้นของราคาทองคำและโลหะมีค่ามีผลโดยตรงต่อทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ ค่าเงินบาท และราคาทองคำในประเทศ รวมถึงอาจกระทบต่อหุ้นไทยในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ การบิน และเทคโนโลยี ซึ่งเชื่อมโยงกับซัพพลายเชนของบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ในตลาดโลก
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/01/26/tuesdays-big-stock-stories-whats-likely-to-move-the-market.html








