ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับเพิ่มมากกว่า 5% กลับขึ้นไปซื้อขายในโซนปลาย 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพุธ กดดันให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงทั้งกระดาน ขณะที่ความผันผวนของ S&P 500 แคบลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้าที่ถูกขับเคลื่อนด้วยข่าวสงคราม Iran และความเสี่ยงด้านเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบ Hormuz
ผู้เล่นในตลาดระบุว่า การซื้อขายวันอังคารที่ผันผวนรุนแรงเกิดจากกระแสข่าวที่สวนทางกันเรื่องทิศทางสงคราม Iran และการส่งผ่านเรือน้ำมัน ทำให้มีแรงซื้อขายตามข่าวระยะสั้นจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ภาวะตลาดที่เริ่มอยู่ในภาวะ “oversold” ตามดัชนี S&P Short Range Oscillator ประกอบกับการที่องค์กรระหว่างประเทศระดมระบายคลังน้ำมันสำรองในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มมองหาโอกาสทยอยเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีที่อ่อนตัวลง
ความเสี่ยงไซเบอร์เด่นขึ้นท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์
ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงสำคัญอีกด้านคือการโจมตีทางไซเบอร์ โดยรายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า Stryker ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่ประสบปัญหาระบบล่มทั่วโลก ซึ่งเบื้องต้นเชื่อมโยงได้กับกลุ่มแฮกเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับ Iran เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความสำคัญของงบลงทุนด้าน Cybersecurity ในภาคเอกชน แม้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า เหตุโจมตีและความเสี่ยงไซเบอร์จากสงคราม Iran ช่วยหนุนกลุ่มหุ้น Cybersecurity เช่น CrowdStrike และ Palo Alto Networks ซึ่งถูกมองว่ามีเทคโนโลยีระดับผู้นำตลาด และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการป้องกันความเสียหายด้านข้อมูลและการหยุดชะงักของระบบปฏิบัติการในภาคธุรกิจ
ปัจจัยพื้นฐานและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องจับตา
ด้านปัจจัยพื้นฐานอื่นในตลาดสหรัฐฯ วันพุธไม่มีบริษัทขนาดใหญ่ประกาศผลประกอบการหลังปิดตลาด ขณะที่ในวันพฤหัสบดี นักลงทุนจับตางบไตรมาสล่าสุดของ Dick’s Sporting Goods และ Dollar General รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจด้านการเริ่มสร้างบ้านใหม่และใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นสัญญาณเพิ่มเติมถึงภาวะภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ
ตลาดยังให้ความสำคัญกับตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่จะเปิดเผยในวันพฤหัสบดี หลังจากตัวเลขจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ออกมาอ่อนกว่าคาด ทำให้มีการประเมินใหม่ต่อทิศทางการจ้างงานและนโยบายการเงินของ Federal Reserve ในระยะถัดไป
นัยต่อเศรษฐกิจไทยและการลงทุนด้านความปลอดภัยไซเบอร์
สำหรับผลกระทบต่อไทย การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเพิ่มต้นทุนนำเข้าน้ำมันของไทย กดดันต้นทุนพลังงานและอัตราเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ที่สูงขึ้นทั่วโลกจะผลักดันให้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะสถาบันการเงิน โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ต้องเร่งลงทุนระบบความปลอดภัยไซเบอร์มากขึ้นเพื่อรองรับภัยคุกคามข้ามพรมแดน








