สหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump เตรียมเปิดปฏิบัติการ “Project Freedom” ในวันจันทร์ เพื่อช่วยเรือสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบ Strait of Hormuz หลังเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวถูกปิดกั้นจากสงครามกับอิหร่าน ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันทางทะเลของโลกหยุดชะงักอย่างหนัก
Trump ระบุว่าเป้าหมายหลักของปฏิบัติการ คือการนำเรือสินค้าที่เป็นเรือพลเรือนและจดทะเบียนในประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ออกจากพื้นที่เสี่ยงใน Strait of Hormuz ให้สามารถออกเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงยุทธวิธีว่ากองทัพสหรัฐจะดำเนินการอย่างไร และยังไม่ชัดเจนว่าอิหร่านจะยอมให้สหรัฐปฏิบัติการโดยไม่ขัดขวางหรือไม่
ความสำคัญของ Strait of Hormuz และเป้าหมายปฏิบัติการ
Strait of Hormuz เป็นคอคอดยุทธศาสตร์ที่น้ำมันดิบราว 20–25% ของการค้าทางเรือทั่วโลกต้องผ่าน การปิดกั้นทางเดินเรือตั้งแต่สงครามสหรัฐ–อิหร่านปะทุ ส่งผลให้เรือสินค้าจำนวนมากติดค้าง เส้นทางอุปทานสำคัญขาดช่วง ราคาน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงในหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยอิหร่านถูกระบุว่าขัดขวางการเดินเรือด้วยการยิงใส่เรือที่พยายามผ่านช่องแคบและวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำ
แม้ Trump จะระบุว่าการเคลื่อนย้ายเรือครั้งนี้มีลักษณะเป็น “humanitarian” เพื่อช่วยประชาชนและภาคธุรกิจที่เป็น “เหยื่อของสถานการณ์” แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐและ U.S. Central Command ระบุว่าเป้าหมายกว้างกว่านั้น คือการ “ฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือสำหรับการขนส่งเชิงพาณิชย์ผ่าน Strait of Hormuz”
ตามข้อมูลของ U.S. Central Command ปฏิบัติการ Project Freedom จะใช้กำลังทางทหารขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเรือ destroyer ติดตั้งระบบยิงนำวิถี (guided-missile destroyers) เครื่องบินกว่า 100 ลำ ทั้งจากฐานบนบกและเรือบรรทุกเครื่องบิน แพลตฟอร์มไร้คนขับหลายมิติ และกำลังพลประมาณ 15,000 นาย เพื่อสนับสนุนเรือสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ต้องการผ่านช่องแคบซึ่งถือเป็น “international trade corridor” ที่สำคัญของโลก
มิติการเมืองระหว่างสหรัฐ–อิหร่านและผลต่อไทย
สถานการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางการหยุดยิงชั่วคราวที่เปราะบางระหว่างสหรัฐกับอิหร่านซึ่งยืดเยื้อมากกว่าสองสัปดาห์แล้ว ขณะที่สงครามกำลังก้าวสู่เดือนที่สอง การเจรจายุติความขัดแย้งยังไม่บรรลุข้อตกลง Trump ระบุในรายงานถึงสภาคองเกรสก่อนหน้านี้ว่า “การสู้รบกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว” ในวันที่ตรงกับเส้นตายตาม War Powers Resolution ปี 1973 ที่เขาต้องของบให้สภาประกาศสงครามหรืออนุมัติการใช้กำลัง
Trump ส่งสัญญาณว่าการที่อิหร่านยอมให้เรือที่ติดค้างออกจากช่องแคบได้โดยปลอดภัย จะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการเจรจาสันติภาพ แต่ก็เตือนว่าหากมีการแทรกแซงหรือขัดขวางปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมนี้ สหรัฐจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยกำลัง
สำหรับไทย การปิดกั้น Strait of Hormuz และความไม่แน่นอนว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อราคาน้ำมันดิบโลก เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก ทั้งตรงจากตะวันออกกลางและผ่านสัญญาซื้อขายอ้างอิงราคาน้ำมันในภูมิภาค ทำให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งของภาคธุรกิจไทย รวมถึงค่าครองชีพของประชาชน อาจผันผวนสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันโลกหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือทวีความตึงเครียดอีกครั้ง
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/05/03/trump-iran-strait-of-hormuz-trapped-ships.html








