ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกในวันศุกร์ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม AI แม้ทั้งสัปดาห์เผชิญความผันผวนสูง ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.1% ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.5% อย่างไรก็ตาม ทั้งสองดัชนียังติดลบเล็กน้อยในภาพรวมของเดือนธันวาคม ซึ่งโดยปกติเป็นช่วงฤดูกาลที่มักให้ผลตอบแทนแข็งแกร่ง
ความกังวลหลักในสัปดาห์นี้มาจากประเด็นด้านเงินทุนสำหรับโครงการ data center ของ Oracle เพื่อรองรับงาน AI และข้อสงสัยต่อระดับการใช้จ่ายในระบบนิเวศ AI โดยรวม แรงขายในช่วงต้นสัปดาห์ถูกชดเชยด้วยแรงซื้อกลับในวันพฤหัสบดี หลังหุ้น Micron Technology พุ่ง 7% ทำจุดสูงสุดใหม่ ตามผลประกอบการของธุรกิจหน่วยความจำที่ออกมาดีกว่าคาด
ในวันศุกร์ หุ้น Oracle ฟื้นตัวกว่า 6.5% หลังมีข้อตกลงให้ TikTok ขายกิจการในสหรัฐให้กับกิจการร่วมค้าใหม่ที่มี Oracle และกองทุนเอกชน Silver Lake ร่วมอยู่ด้วย แม้กระนั้น ราคาหุ้น Oracle ตลอดสัปดาห์ยังปิดลดลงเล็กน้อย
แรงหนุนจากธีม AI สวนทางแรงขายหุ้นบริโภคและค้าปลีก
หุ้นในธีม AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดย Nvidia ปรับขึ้น 3.4% ตลอดสัปดาห์ หลังรัฐบาลสหรัฐเริ่มกระบวนการทบทวนอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจเปิดทางให้บริษัทส่งมอบชิป H200 รุ่นรองท็อปไปยังจีนได้ เมื่อเทียบกับมูลค่า Nvidia ที่ซื้อขายราว 23.5 เท่าของประมาณการกำไรปีบัญชี 2027 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีซึ่งมากกว่า 70 เท่า ขณะที่ Broadcom ได้แรงหนุนตามในวันศุกร์ แต่ทั้งสัปดาห์ยังปิดลบ 5.4% จากแรงขายหนักก่อนหน้า
ในกลุ่มบริโภค หุ้น Nike ร่วงแรง 10.5% ในวันศุกร์ และปรับลงรวม 13% ตลอดสัปดาห์ แม้ผลประกอบการไตรมาสสองปีงบประมาณ 2026 ดีกว่าคาด และสัญญาณฟื้นตัวในอเมริกาเหนือเริ่มชัดเจนขึ้น แต่ยอดขายในจีนอ่อนแรง และประมาณการผลประกอบการไตรมาสสามต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้หุ้นถูกขายต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ติดกัน
ในกลุ่มการเงิน หุ้น Capital One ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยราคาขึ้นมาประมาณ 20% นับจากวันที่ 20 พฤศจิกายน แซงหน้าผลตอบแทน S&P 500 ที่ราว 3.5% ในช่วงเดียวกัน กระแสเก็งกำไรต่อดีลซื้อกิจการ Discover และแผนซื้อหุ้นคืนที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มปี 2026
หุ้นกลุ่มบริโภคฝั่งร้านอาหารและค้าปลีกเคลื่อนไหวต่างทิศกัน Texas Roadhouse ได้รับมุมมองเชิงบวกจากความสามารถรักษายอดขายสาขาเดิม ท่ามกลางความกังวลต่อกำลังซื้อผู้บริโภค แม้ต้องเผชิญต้นทุนเบียร์ที่สูงขึ้น ขณะที่ Costco เผชิญแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมค้าปลีกที่อ่อนแรง ผลประกอบการไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2026 ออกมาผสมผสาน อัตราการต่ออายุสมาชิกเริ่มชะลอตัว และยอดขายรายเดือนซบเซา โดยเฉพาะสินค้าไม่ใช่อาหาร ทำให้นักลงทุนบางส่วนทยอยลดน้ำหนักการลงทุน หลังทำกำไรสะสมก้อนใหญ่ตั้งแต่ปี 2020
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/20/here-are-5-key-events-that-drove-the-stock-market-last-week.html








