ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวฟื้นในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร หลังปรับตัวลงแรงระหว่างวันจากความกังวลต่อสงครามในอิหร่านและราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น โดยแรงขายคลายตัวลงบางส่วนหลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาให้ความช่วยเหลือทางทหารเพื่อคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบยุทธศาสตร์สำคัญ
ระหว่างวัน S&P 500 และ Nasdaq เคยร่วงลงมากสุดราว 2.5% และ 2.7% ตามลำดับ ก่อนจำกัดช่วงลบเหลือราว 1% ในช่วงบ่าย หลังราคาน้ำมันถอยลงจากระดับสูงสุดของวัน จากรายงานของ Politico ว่าสหรัฐฯ อาจจัดกำลังช่วยให้เรือเดินสมุทรผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัยขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงคอขวดด้านอุปทานน้ำมัน ซึ่งอาจยืดเยื้อไปสู่แรงกดดันเงินเฟ้อในเศรษฐกิจวงกว้าง สะท้อนว่าตลาดมองว่ารัฐบาล Trump ตระหนักต่อผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
ทำเนียบขาวยืนยันในเวลาต่อมาว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ พร้อมจัดเรือรบคุ้มกันหากจำเป็น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันจากบรรยากาศการขายตื่นตระหนกในตลาดหุ้น ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากวันจันทร์ที่ดัชนีหลักเพิ่งสามารถพลิกจากแดนลบกลับมาปิดบวกเล็กน้อยได้
แผนสปินออฟ Honeywell ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน
ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมัน ความเคลื่อนไหวระดับบริษัทเฉพาะรายยังเดินหน้าตามแผน โดย Honeywell ประกาศว่ายื่นแบบแสดงรายการข้อมูล Form 10 ต่อหน่วยงานกำกับ เพื่อดำเนินการสปินออฟธุรกิจ Honeywell Aerospace แยกออกมาตั้งเป็นบริษัทอิสระ ซึ่งถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญของแผนแตกบริษัท
Honeywell ระบุว่า บริษัทใหม่ด้านอากาศยานจะใช้ชื่อย่อหุ้น “HONA” และคาดว่าจะเริ่มซื้อขายได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ พร้อมเตรียมจัดงาน Investor Day วันที่ 3 มิถุนายน เพื่อชี้แจงศักยภาพการเติบโตจากธุรกิจหลักและทิศทางกลยุทธ์แก่ผู้ลงทุน ความคืบหน้าสปินออฟทำให้นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่า ราคา Honeywell อาจปรับขึ้นไปใกล้ระดับมูลค่ารวมตามส่วนที่สูงขึ้น แม้ระยะสั้นตลาดผันผวนจากปัจจัยมหภาค
แม้ตลาดแกว่งแรงในระยะหลัง ราคาหุ้น Honeywell ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยต่ำกว่าระดับปิดสูงสุดที่ 248 ดอลลาร์ต่อหุ้นเมื่อ 2 มีนาคมเพียงไม่กี่ดอลลาร์ สะท้อนมุมมองนักลงทุนที่ยังเชื่อมั่นต่อโครงสร้างใหม่หลังการสปินออฟ แม้เผชิญแรงสั่นสะเทือนจากสงครามและราคาพลังงาน
ผลประกอบการเทคฯ-ค้าปลีก และนัยต่อเศรษฐกิจไทย
ในฝั่งเทคโนโลยีความมั่นคงไซเบอร์ CrowdStrike มีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาดวันอังคาร ท่ามกลางความกังวลของตลาดต่อหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์จากประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้าน AI และบริบทความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ถูกจับตาเพิ่มขึ้น ขณะที่วันพุธตลาดจะติดตามผลประกอบการจาก Abercrombie & Fitch, Bath & Body Works และ Brown-Forman รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญอย่างรายงานการจ้างงานภาคเอกชนเดือนกุมภาพันธ์ของ ADP ดัชนี S&P Global U.S. services PMI และดัชนี ISM services
สำหรับไทย ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบจากความเสี่ยงในตะวันออกกลางและการเคลื่อนไหวของนโยบายสหรัฐฯ มีแนวโน้มส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงาน นำเข้า และเงินเฟ้อในประเทศ ขณะที่ทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ และดีลสปินออฟขนาดใหญ่ของบริษัทระดับโลกอย่าง Honeywell อาจสะท้อนผ่านความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติและกระแสเงินทุนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมการบินที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก








