ดัชนีหุ้นสหรัฐช่วงกลางวันวันจันทร์ผันผวนจากแรงซื้อขายรายตัวเด่น นำโดย Nvidia ที่ปรับตัวลงหลังปิดดีลซื้อสินทรัพย์ของ Groq มูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Ultragenyx Pharmaceutical ร่วงแรงจากผลทดลองยาที่ไม่เป็นไปตามคาด
Ultragenyx Pharmaceutical ดิ่งมากกว่า 40% หลังเปิดเผยว่ายารักษาโรคกระดูก setrusumab ไม่สามารถทำให้ตัวชี้วัดหลักด้านการลดอัตราการเกิดกระดูกหัก เมื่อเทียบกับยาหลอกและ bisphosphonates ในการทดลอง 2 การศึกษา ส่งผลให้มุมมองต่อศักยภาพรายได้ในอนาคตของยาตัวนี้ถูกกดดันอย่างหนัก
กลุ่มเหมืองแร่ทองและเงินถูกขายออกตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยหุ้น Newmont ร่วงกว่า 5% ขณะที่ Freeport-McMoRan อ่อนลงราว 2% ด้านกองทุน Global X Silver Miners ETF (SIL) ลดลงมากกว่า 4% หลังราคาซิลเวอร์ดีดทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงข้ามคืน ก่อนพลิกดิ่งลงมากกว่า 7% ภายในวันเดียว ส่วนราคาทองคำปรับลดกว่า 4%
สลับขั้ว พลังงาน-เทคโนโลยี และนัยต่อกระแสเงินต่างชาติ
ตรงข้ามกับหุ้นเหมือง กลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นกว่า 2% นักลงทุนให้น้ำหนักทั้งความเป็นไปได้ของการเจรจาสันติภาพในยูเครน และความเสี่ยงซัพพลายสะดุดในตะวันออกกลาง หุ้น Diamondback Energy และ Devon Energy ขยับขึ้นเกือบ 2% โดยกลุ่มพลังงานในดัชนี S&P 500 เป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของดัชนี
DigitalBridge พุ่งขึ้นราว 10% หลัง SoftBank ของญี่ปุ่นประกาศทำข้อตกลงเข้าซื้อกิจการมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ ตอกย้ำกระแสการควบรวมและเข้าซื้อกิจการในสินทรัพย์ด้าน data center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยังคงคึกคัก
Nvidia อ่อนตัวเกือบ 2% หลังดีดขึ้น 5.3% ในสัปดาห์ก่อน โดยหุ้นปรับฐานหลังมีรายงานว่าได้เข้าซื้อสินทรัพย์ของ Groq สตาร์ทอัพด้าน AI chip มูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นดีลใหญ่ที่สุดของบริษัทจนถึงปัจจุบัน ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกขายทำกำไรและประเมินความเสี่ยงจากขนาดดีลที่สูง
Praxis Precision Medicines พุ่งขึ้น 13% หลัง BTIG ยกให้เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นปี 2026 พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 507 ดอลลาร์เป็น 843 ดอลลาร์ ขณะที่ AXT ผู้ผลิตชิ้นส่วน semiconductor ร่วงเกือบ 4% หลังประกาศออกหุ้นสามัญใหม่กว่า 7 ล้านหุ้นที่ราคา 12.25 ดอลลาร์ ระดมทุนราว 87 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างแรงกดดันจากภาวะไดลูทต่อผู้ถือหุ้นเดิม
ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Nvidia รวมถึงดีลซื้อกิจการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง DigitalBridge และทิศทางราคาทอง-เงิน-น้ำมัน ล้วนมีนัยต่อกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าออกตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย ทั้งผ่านตลาดหุ้นและกองทุน ETF โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้น semiconductor พลังงาน และเหมือง ที่มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกันในระดับภูมิภาคและสะท้อนมุมมอง sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/29/stocks-making-the-biggest-moves-midday-nvda-rare-nem-dbrg.html








