หุ้นรายตัวเคลื่อนไหวแรงกลางตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันพฤหัสบดี นำโดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ Meta และ Alibaba ที่ดีดตัวจากปัจจัยบวกด้าน AI และมุมมองเชิงบวกจากโบรกเกอร์ ขณะที่หุ้นอุตสาหกรรมการบินและสินค้าอุปโภคบริโภคบางตัวเผชิญแรงขาย จากความกังวลต่อแนวโน้มกำไรและรายได้
Meta Platforms พุ่งกว่า 5% โดดเด่นสุดในกลุ่ม “Magnificent Seven” ได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่โดยรวม และบทวิเคราะห์จาก Jefferies ที่คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยระบุว่า ราคาหุ้นที่ปรับลงไปราว 18% นับจากรายงานผลประกอบการไตรมาสก่อน ทำให้ความเสี่ยงเทียบผลตอบแทนดูน่าสนใจมากขึ้น ภายใต้มุมมองว่า Meta ยังมีฐานะที่แข็งแกร่งในกระบวนการพัฒนา AI
Alibaba ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นราว 6% หลัง Bloomberg รายงานว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าแผนเสนอขายหุ้น IPO หน่วยธุรกิจผลิตชิป AI ในนาม T-Head ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นการปลดล็อกมูลค่า และเร่งการเติบโตในธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง
ธนาคาร การบิน สินค้าอุปโภค และเทคโนโลยีอื่นเคลื่อนไหวผันผวน
ในกลุ่มธนาคาร Northern Trust ดีดตัวมากกว่า 6% หลังรายงานกำไรไตรมาสสี่ที่ 2.42 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้ 2.14 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของ FactSet คาดทั้งในส่วนกำไรและรายได้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิก็ออกมาดีกว่าประมาณการเช่นกัน ขณะที่ Huntington Bancshares ร่วงมากกว่า 2% หลังกำไรต่อหุ้นตามเกณฑ์ GAAP ไตรมาสสี่ลดลงเหลือ 0.30 ดอลลาร์ จาก 0.34 ดอลลาร์ในปีก่อน และส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิที่ 3.13% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย
ภาคการบินและอวกาศเคลื่อนไหวสวนทางกัน โดย GE Aerospace ร่วงมากกว่า 5% แม้ผลประกอบการไตรมาสสี่และคาดการณ์ปี 2026 ออกมาดีกว่าคาดในเบื้องต้น แต่เมื่อมีรายละเอียดเพิ่มเติม นักลงทุนเริ่มกังวลต่อการชะลอตัวของการเติบโตในธุรกิจเครื่องยนต์และบริการเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ดี หุ้น GE Aerospace ยังปรับขึ้นมาแล้วราว 59% ในรอบหนึ่งปี ขณะที่ Karman Holdings พุ่งกว่า 7% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้และ adjusted EBITDA ปีงบประมาณ 2025 และระบุว่าการเข้าซื้อกิจการ Seemann Composites และ MSC ในกลุ่มป้องกันประเทศทางทะเล จะช่วยเพิ่มกำไรทันทีตั้งแต่ปี 2026
หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเคลื่อนไหวผันผวน Procter & Gamble ปรับขึ้นเกือบ 3% หลังประกาศกำไรปรับปรุงไตรมาสสองปีงบประมาณที่ 1.88 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าที่ LSEG คาดเล็กน้อย แม้รายได้ 22.21 พันล้านดอลลาร์จะต่ำกว่าคาด และบริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้และกำไรต่อหุ้นตลอดปี ขณะที่ McCormick ดิ่งลงราว 8% หลังให้แนวโน้มกำไรต่อหุ้นปรับปรุงปีงบประมาณสิ้นสุดพฤศจิกายน 2026 ที่ช่วง 3.05–3.13 ดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ FactSet คาดไว้ 3.21 ดอลลาร์ และกำไรปรับปรุงไตรมาสสี่ก็ออกมาอ่อนกว่าคาดเล็กน้อย
หุ้นเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์รายอื่นเคลื่อนไหวแรงเช่นกัน Datadog ทะยานเกือบ 7% หลังถูก Stifel ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” โดยนักลงทุนคาดว่าบริษัทจะรายงานการเติบโตไตรมาสสี่สูงกว่าคาดอีกครั้ง ขณะที่ Mobileye Global ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ร่วงราว 2% หลังให้คาดการณ์รายได้ทั้งปีที่ 1.9–1.98 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าฉันทามติ 2 พันล้านดอลลาร์ และคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงที่ 170–220 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 306 ล้านดอลลาร์ แม้รายได้ไตรมาสสี่จะดีกว่าคาด และกำไรต่อหุ้น 0.06 ดอลลาร์สอดคล้องกับประมาณการ
ด้านหุ้นในอุตสาหกรรมบันเทิงและสันทนาการ Sphere Entertainment ปรับขึ้นราว 7% หลัง BTIG ปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ขณะที่ Venture Global ผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติของสหรัฐฯ พุ่ง 7% หลังชนะคดีความกับ Repsol ของสเปน กรณีข้อพิพาทการส่งมอบก๊าซธรรมชาติเหลวจากโครงการ Calcasieu Pass ตามสัญญาระยะยาว 20 ปี
ในกลุ่มการแพทย์และอุปกรณ์สุขภาพ Abbott Laboratories ร่วงประมาณ 8% หลังรายได้ไตรมาสสี่และแนวโน้มกำไรต่อหุ้นไตรมาสหนึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด ตามข้อมูลของ FactSet ขณะเดียวกัน GameStop ดีดตัวราว 6% หลัง Ryan Cohen ประธานและซีอีโอ เข้าซื้อหุ้นเพิ่มอีก 500,000 หุ้นที่ราคาเฉลี่ย 21.60 ดอลลาร์ต่อหุ้นในวันพุธ ต่อเนื่องจากการซื้อ 500,000 หุ้นเมื่อวันอังคาร ซึ่งช่วยหนุนแรงเก็งกำไรในหุ้นค้าปลีกวิดีโอเกมรายนี้
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/01/22/stocks-making-the-biggest-moves-midday-ge-pg-ntrs-meta.html








