ตลาดหุ้นสหรัฐเตรียมรับสัปดาห์รายงานงบไตรมาส 1 ที่เข้มข้น โดยมี Tesla และ Boeing เป็นบริษัทขนาดใหญ่ในดัชนี S&P 500 ที่นักลงทุนจับตาเป็นพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศที่ผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดเป็นส่วนใหญ่ ข้อมูลของ FactSet ระบุว่า จากบริษัทใน S&P 500 ที่รายงานไปแล้วราว 50 แห่ง มีถึงประมาณ 86% ที่มีกำไรสูงกว่าประมาณการนักวิเคราะห์
พาเหรดบริษัทรายงานงบตลอดสัปดาห์
ตลอดสัปดาห์นี้จะมีบริษัทใน S&P 500 รายงานงบรวม 88 แห่ง ครอบคลุมทั้งกลุ่มการแพทย์ สายการบิน อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รถยนต์ไฟฟ้า ชิป และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเริ่มจาก UnitedHealth และ United Airlines ตามด้วย Boeing และ Tesla ก่อนจะปิดท้ายสัปดาห์ด้วย Intel และ Procter & Gamble
วันอังคาร UnitedHealth จะรายงานผลประกอบการก่อนตลาดเปิด โดยนักวิเคราะห์ของ LSEG คาดว่ากำไรจะหดตัวมากกว่า 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังไตรมาสก่อนหน้ากำไรออกมาดีกว่าคาดแต่ให้แนวโน้มรายได้อ่อนตัว ขณะที่สถิติระยะยาวจาก Bespoke Investment Group ระบุว่า UnitedHealth มักมีกำไรสูงกว่าคาดราว 90% ของจำนวนครั้งที่รายงาน
ช่วงหลังปิดตลาดวันเดียวกัน United Airlines จะประกาศงบไตรมาส 1 โดยคาดว่ากำไรจะเติบโตราว 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามข้อมูล LSEG หลังไตรมาสก่อนหน้ารายงานกำไรดีกว่าคาดและประเมินว่ากำไรทั้งปีอาจทำสถิติสูงสุดในปี 2026 นักลงทุนจับตาท่าทีของบริษัทเกี่ยวกับโอกาสควบรวมหรือทำดีลเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติม รวมถึงผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น โดยสถิติของ Bespoke ชี้ว่า United ทำกำไรดีกว่าคาดต่อเนื่องทุกรอบตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2022
จับตา Boeing และ Tesla กลางสัปดาห์
วันพุธ Boeing จะรายงานงบก่อนตลาดเปิด หลังจากไตรมาสก่อนรายได้เติบโต 57% จากปีก่อน โดยครั้งนี้นักวิเคราะห์ LSEG คาดว่ารายได้จะยังขยายตัวมากกว่า 10% ขณะที่นักวิเคราะห์ของ RBC ปรับเพิ่มคาดการณ์จำนวนเครื่องบินที่ส่งมอบในไตรมาส 1 เล็กน้อย แม้ยังคงมุมมองเดิมต่อทั้งปี 2026 อย่างไรก็ตาม หุ้น Boeing มีสถิติปรับตัวลงหลังการรายงานผลประกอบการ 3 ไตรมาสติดต่อกัน
คืนวันพุธหลังปิดตลาด Tesla จะประกาศผลประกอบการ โดยคาดว่ากำไรต่อปีจะกลับมาเติบโตประมาณ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามข้อมูล LSEG หลังไตรมาสก่อนแม้กำไรสูงกว่าคาด แต่รายได้ทั้งปีของบริษัทหดตัวเป็นครั้งแรก นักวิเคราะห์ในตลาดให้ความสำคัญกับแนวทางการใช้เงินลงทุน (capex) ของ Tesla โดยเฉพาะการอัพเดตแผนใช้จ่ายมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ที่ประกาศไว้ ซึ่งยังไม่รวมการลงทุนในโครงการ Terafab และโรงงาน Solar เพิ่มเติม ทั้งนี้ หุ้น Tesla เคยร่วงลงหลังรายงานงบในสองจากสามไตรมาสล่าสุด รวมถึงการปรับลง 8.2% หลังตัวเลขไตรมาส 2 ปี 2025 ออกมาผสมผสาน
ปิดสัปดาห์ด้วย Intel และ Procter & Gamble
วันพฤหัสบดี Intel จะรายงานงบหลังปิดตลาด หลังจากไตรมาสก่อนหุ้นร่วงลง 13% จากแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแรง สำหรับไตรมาสล่าสุด นักวิเคราะห์ LSEG คาดว่ากำไรจะหดตัวมากกว่า 90% จากปีก่อน แม้หลายฝ่ายมองว่ารายได้มีโอกาสออกมาดีกว่าคาดจากดีมานด์ PC ที่ยังทรงตัวและความต้องการ CPU สำหรับ server ที่เริ่มฟื้นตัว ขณะที่สถิติระบุว่าหุ้น Intel มักเผชิญแรงขายในวันรายงานผล โดยราคาปรับตัวลงใน 4 จาก 5 ไตรมาสหลังสุด รวมถึงการร่วง 17% เมื่อเดือนมกราคม
วันศุกร์ Procter & Gamble จะเป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่สุดท้ายของสัปดาห์ที่รายงานงบ ก่อนตลาดเปิด โดยนักวิเคราะห์ LSEG คาดว่ารายได้และกำไรจะทรงตัวจากปีก่อน หลังจากไตรมาสก่อนหน้ากำไรดีกว่าคาด แต่ยอดขายถูกกดดันจากความต้องการสินค้าที่ชะลอลง แม้เผชิญแรงกดดันด้านดีมานด์ แต่สถิติของ Bespoke ระบุว่า Procter & Gamble มีกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์มาแล้ว 12 ไตรมาสติดต่อกัน
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/04/19/earnings-playbook-tsla-ba-lead-a-big-week-of-reports.html








