ศาลสูงสหรัฐฯ เตรียมมีคำวินิจฉัยสำคัญว่ามาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนและอัตรากำไรของบรรดาบริษัทค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ทั่วโลก เช่น Costco, Procter & Gamble, Amazon และ TJX Companies รวมถึงทิศทางราคาหุ้นในกลุ่ม consumer stocks โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และตลาดต่างประเทศที่เกี่ยวเนื่องกับห่วงโซ่อุปทานของกลุ่มนี้
คำตัดสินอาจออกได้เร็วสุดในวันศุกร์นี้ หลังจากช่วงเวลาพิจารณาในเดือนมกราคมผ่านไปโดยยังไม่มีความคืบหน้า ระหว่างการไต่สวนเมื่อเดือนพฤศจิกายน ผู้พิพากษาสายเสรีนิยมและบางส่วนของสายอนุรักษ์นิยมต่างตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของการใช้ IEEPA เพื่อขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ฝ่ายบริหาร Trump ใช้ในการเพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าหลายรายการในช่วงสงครามการค้า
ผลต่อมาร์จิ้นค้าปลีกและทิศทางภาษีนำเข้า
ภายใต้โครงสร้างภาษีปัจจุบัน ผู้ประกอบการค้าปลีกและสินค้าบริโภคต้องแบกรับต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันก็พยายามไม่ผลักภาระทั้งหมดไปยังผู้บริโภคผ่านการขึ้นราคา ทำให้กลยุทธ์ด้านราคา มาร์จิ้น และการบริหารสต๊อกกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของกลุ่มธุรกิจนี้ ทั้งในตลาดสหรัฐฯ และคู่ค้าในห่วงโซ่โลจิสติกส์ทั่วโลก
รายงานของ Morgan Stanley ประเมินว่า หากศาลสูงมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกหรือจำกัดอำนาจในการใช้ IEEPA เพื่อเรียกเก็บภาษี จะเอื้อให้ EBITDA ของผู้ค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบปรับเพิ่มขึ้นในระดับกลางเลขตัวเดียว ซึ่งนับเป็นแรงหนุนอัตรากำไรสำคัญในช่วงที่บริษัทต่างๆ กำลังเผชิญสภาวะเศรษฐกิจเปราะบางและกำลังซื้อผู้บริโภคระมัดระวังมากขึ้น หากอำนาจภายใต้ IEEPA ถูกตีความให้ใช้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง อัตราภาษีนำเข้าที่แท้จริงของสินค้าบริโภคหลายหมวดอาจลดลงได้ในระดับกลางถึงสูงเลขตัวเดียว ช่วยผ่อนคลายต้นทุนและแรงกดดันด้านการจ้างงานสำหรับภาคค้าปลีก
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดว่าแม้จะมีคำตัดสินที่เป็นบวกต่อตลาดค้าปลีก ภาษีนำเข้าจะไม่ถูกยกเลิกทั้งหมด เพราะ IEEPA เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกรอบภาษีรวม และทีม Trump เคยส่งสัญญาชัดเจนว่าพร้อมใช้กลไกกฎหมายด้านการค้าฉบับอื่นเพื่อนำมาตรการภาษีกลับมา หาก IEEPA ถูกศาลสูงตีตก แม้เครื่องมืออื่นเหล่านั้นอาจมีความรุนแรงด้านภาษีน้อยกว่าเดิม
กลยุทธ์รับมือของยักษ์ค้าปลีกและมุมมองนักลงทุน
ในเชิงกลยุทธ์ ผู้ค้าปลีกขนาดใหญ่หลายรายได้เร่งปรับตัวรับมือภาษีมาตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยบริษัทที่มีขนาดธุรกิจใหญ่และอำนาจต่อรองสูง เช่น Costco และ TJX Companies ได้ใช้ความสามารถในการกดราคาและสลับซัพพลายเออร์เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภค ขณะที่ Amazon อาศัยขนาดแพลตฟอร์ม ความหลากหลายของผู้ขาย และความเร็วในการส่งมอบเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน แม้ต้นทุนโลจิสติกส์และภาษีอยู่ในระดับสูง
นักลงทุนจำนวนมากยังมองภาคค้าปลีกและ consumer staples เป็นโอกาสลงทุน ท่ามกลางตลาดแรงงานที่ยังแข็งแรงและค่าจ้างแท้จริงปรับตัวดี ขณะอุปสงค์ซื้อบ้านชะลอตัว ซึ่งช่วยให้ครัวเรือนมีช่องว่างการใช้จ่ายด้านอื่นเพิ่มขึ้น ปัจจัยเสริมชั่วคราวอย่างเงินภาษีคืนในช่วงครึ่งปีแรกอาจช่วยหนุนการใช้จ่ายเพิ่มเติม แม้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
นัยต่อห่วงโซ่อุปทานและหุ้นส่งออกไทย
สำหรับไทย คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ ต่ออำนาจภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจสะท้อนผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ ทิศทางต้นทุนสินค้านำเข้าที่ผู้ผลิตไทยใช้ในห่วงโซ่อุปทานของผู้ค้าปลีกสหรัฐฯ และระดับคำสั่งซื้อจากบริษัทอย่าง Costco, Amazon หรือ TJX ที่ใช้ไทยเป็นฐานผลิตบางส่วน หากภาษีลดลงหรือกดดันต่ำลง อาจเอื้อต่อมาร์จิ้นของผู้ซื้อสหรัฐฯ และเพิ่มความเสี่ยงด้านการแข่งขันด้านราคากับซัพพลายเออร์คู่แข่ง ขณะเดียวกันหากแรงซื้อฟื้นตัว หุ้นกลุ่มส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยอาจได้อานิสงส์ระยะกลางผ่านคำสั่งซื้อที่กลับมาขยายตัวมากขึ้น








