หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เคลื่อนไหวแรงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (after-hours) คืนวันพุธ โดยหุ้น Meta Platforms และ International Business Machines (IBM) พุ่งขึ้นสวนทางกับ Microsoft ที่ร่วงลง หลังบริษัทต่างๆ รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดและให้แนวโน้มธุรกิจปีนี้แตกต่างกันชัดเจน ขณะเดียวกันหุ้น Tesla และ Southwest Airlines ปรับตัวขึ้นจากตัวเลขที่ดีกว่าคาด ส่วน Levi Strauss, ServiceNow และ Las Vegas Sands อ่อนตัวลง
Microsoft ร่วงเกือบ 7% หลังรายงานว่าการเติบโตธุรกิจ cloud ชะลอลงในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ และให้คาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 ในกรอบจำกัด แม้ผลประกอบการจะดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด โดยกำไรปรับปรุงอยู่ที่ 4.14 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของ LSEG ที่ 3.97 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้อยู่ที่ 81.27 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 80.27 พันล้านดอลลาร์
ในทางกลับกัน หุ้น Meta พุ่งราว 9% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกปีนี้ในช่วง 53.5–56.5 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ที่ 51.41 พันล้านดอลลาร์ โดยไตรมาส 4 ที่ผ่านมา Meta มีกำไร 8.88 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 59.89 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการของ LSEG ที่ 8.23 ดอลลาร์ต่อหุ้น และ 58.59 พันล้านดอลลาร์ ตามลำดับ อย่างไรก็ดี หน่วยธุรกิจ Reality Labs ยังคงขาดทุนจากการดำเนินงานมากกว่าที่ตลาดคาดไว้
หุ้น IBM กระโดดขึ้นมากกว่า 7% หลังประกาศกำไรปรับปรุงไตรมาส 4 ที่ 4.52 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 19.69 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์ของ LSEG คาดไว้ที่กำไร 4.32 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้ 19.23 พันล้านดอลลาร์ รายได้จากธุรกิจ software และ infrastructure สูงกว่าตัวเลขที่ FactSet’s StreetAccount คาดการณ์ โดยบริษัทระบุว่ามูลค่างานด้าน generative AI สะสมแตะระดับกว่า 12.5 พันล้านดอลลาร์
Tesla ปรับขึ้นราว 3% หลังกำไรไตรมาส 4 ออกมาดีกว่าคาด โดยมีกำไรปรับปรุง 0.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 24.9 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการของ LSEG ที่ 0.45 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้ 24.79 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม รายได้ทั้งปีของ Tesla หดตัว 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทมีรายได้ทั้งปีลดลงนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ความเคลื่อนไหวหุ้นสหรัฐและนัยต่อบรรยากาศลงทุนไทย
Southwest Airlines พุ่งราว 6% หลังเปิดเผยประมาณการกำไรปี 2026 ว่าจะอยู่ที่อย่างน้อย 4 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากการปรับโครงสร้างโมเดลธุรกิจ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของ LSEG คาดไว้ที่ 3.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่ Levi Strauss ร่วง 2% แม้ผลประกอบการไตรมาส 4 ดีกว่าคาด แต่แนวโน้มกำไรทั้งปีที่ 1.40–1.46 ดอลลาร์ต่อหุ้น ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของ FactSet ที่ 1.48 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ด้าน ServiceNow ลดลงมากกว่า 4% แม้ผลประกอบการไตรมาส 4 จะสูงกว่าคาด โดยมีกำไรปรับปรุง 0.92 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 3.57 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับตัวเลขคาดการณ์ของ LSEG ที่กำไร 0.88 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้ 3.53 พันล้านดอลลาร์ บริษัทประเมินรายได้ subscription ไตรมาสแรกในช่วง 15.53–15.57 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดเช่นกัน แต่แรงกดดันต่อราคาหุ้นสะท้อนความกังวลของตลาดว่า AI อาจกดดันความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มซอฟต์แวร์ โดย ServiceNow ร่วงแล้วราว 15% ตั้งแต่ต้นปี
Las Vegas Sands ร่วงประมาณ 9% หลังรายได้สุทธิจากธุรกิจใน Macao ไตรมาส 4 อยู่ที่ 2.06 พันล้านดอลลาร์ แม้สูงกว่าคาดของ StreetAccount เล็กน้อยที่ 2 พันล้านดอลลาร์ แต่ตลาดผิดหวังต่อความชันของการฟื้นตัว ขณะที่กำไรปรับปรุง 0.85 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้รวม 3.65 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดของ LSEG ที่ 0.76 ดอลลาร์ต่อหุ้น และ 3.34 พันล้านดอลลาร์
ความผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและท่องเที่ยวสหรัฐในคืนนี้มีนัยต่อการเคลื่อนไหวของ SET และหุ้นไทยที่เกี่ยวข้องในวันถัดไป โดยเฉพาะหุ้นที่ได้อานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนด้าน cloud, AI และโฆษณาดิจิทัลซึ่งได้รับสัญญาณเชิงบวกจาก Meta และ IBM ขณะที่แนวโน้มธุรกิจ cloud ที่ชะลอตัวของ Microsoft และแรงขายในหุ้นคาสิโนอย่าง Las Vegas Sands อาจกดดันมุมมองต่อหุ้นท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงกลุ่มที่พึ่งพิงการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติในตลาดไทยด้วยเช่นกัน
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/01/28/stocks-making-the-biggest-moves-after-hours-msft-meta-tsla-luv.html








