หุ้น Waste Management ผู้ให้บริการจัดเก็บและกำจัดขยะรายใหญ่ของสหรัฐฯ เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ หลังนักลงทุนจับตาการสิ้นสุดวัฏจักรลงทุนขนาดใหญ่ และแนวโน้มการกลับมาเน้นสร้างผลตอบแทนเป็น free cash flow ที่คาดว่าจะเติบโตแรงในปี 2026 ขณะที่มุมมองเชิงเทคนิคมองว่าหุ้นมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ หากผ่านแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้
รายงานของ CNBC Pro ระบุว่า Bill & Melinda Gates Foundation Trust ถือหุ้น Waste Management (WM) ราว 28.9 ล้านหุ้น หรือราว 7% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด นับเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายบุคคลรายใหญ่ที่สุด โดยมองว่าธุรกิจจัดเก็บและฝังกลบขยะของ WM เป็นสินทรัพย์หนักที่มีความเสี่ยงล้าสมัยน้อย สร้างรายได้สม่ำเสมอจากสัญญาระยะยาว และได้อานิสงส์จากข้อจำกัดด้านการออกใบอนุญาตหลุมฝังกลบแห่งใหม่ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้ามาแข่งขันของรายใหม่
วัฏจักรลงทุนใหญ่ปูทางสู่ “ปีแห่งการเก็บเกี่ยว”
Waste Management มีรายได้ต่อปีมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ สร้าง EBITDA กว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ และ free cash flow ราว 2,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมประวัติการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 20 ปี ในช่วงปี 2022–2025 บริษัทเดินหน้าการลงทุนขนาดใหญ่รวมประมาณ 11,600 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายและต่อยอดธุรกิจ โดยยอมให้ free cash flow อ่อนตัวลงชั่วคราว เพื่อวางฐานกำไรระยะยาวในอนาคต
ดีลหลักคือการซื้อกิจการ Stericycle มูลค่า 7,500 ล้านดอลลาร์ และการจัดตั้งกลุ่มธุรกิจ Healthcare Solutions ที่มุ่งให้บริการเก็บ รวบรวม บำบัด และกำจัดขยะทางการแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ในปีแรกภายใต้การบริหารของ WM ราว 2,000 ล้านดอลลาร์ ด้วยอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีประมาณ 16% นอกจากนี้ WM ยังลงทุนเชิง organic ราว 1,800 ล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงงานผลิตก๊าซจากหลุมฝังกลบ 7 แห่งเพื่อผลิตก๊าซธรรมชาติคุณภาพเทียบเท่าก๊าซท่อ และลงทุนอีก 1,200 ล้านดอลลาร์ยกระดับเครือข่ายรีไซเคิลด้วยระบบหุ่นยนต์และ AI ในโรงงาน 9 แห่ง
บริษัทยังเร่งเปลี่ยนฝูงรถเก็บขยะเป็นระบบ automated side‑loader ผ่านโครงการจัดซื้อรถเกินกว่าระดับปกติวงเงิน 420 ล้านดอลลาร์ และทุ่มงบด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการซื้อกิจการขนาดเล็กเพิ่มเติมในปี 2024 อีกราว 800 ล้านดอลลาร์ การลงทุนเหล่านี้เคยกดดันกระแสเงินสดในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะนี้เริ่มเปลี่ยนสถานะเป็นโครงการที่สร้างผลตอบแทนเต็มรูปแบบ ส่งผลให้แผนลงทุน (capex) ทยอยลดลงจาก 950 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เหลือคาดเพียงราว 200 ล้านดอลลาร์ในปี 2026
ตามประมาณการของบริษัท การชะลอ capex ควบคู่กับการเดินเครื่องโครงการใหม่เต็มกำลัง ทำให้ปี 2026 ถูกมองว่าเป็น “ปีแห่งการเก็บเกี่ยว” โดย WM คาด free cash flow เติบโตปีต่อปีราว 29% ซึ่งจะเป็นการกระโดดของกระแสเงินสดสูงสุดนับจากช่วงโควิด ขณะเดียวกัน ธุรกิจพลังงานจากก๊าซหลุมฝังกลบ (RNG) และธุรกิจรีไซเคิลที่ลงทุนไปรวมราว 3,000 ล้านดอลลาร์ ถูกคาดหวังว่าจะกลายเป็นแหล่งรายได้และกำไรใหม่ที่มีนัยสำคัญในระยะถัดไป
มุมมองเทคนิค: ทดสอบแนวต้านเดิม ลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่
ด้านมุมมองทางเทคนิค CNBC ระบุว่าราคาหุ้น WM ดีดตัวแรงจากจุดต่ำในเดือนพฤศจิกายน กลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันและ 200 วัน ก่อนปรับขึ้นมาทดสอบแนวต้านบริเวณ 238–240 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเดิมในอดีต ล่าสุดราคายังคงแกว่งสะสมกำลังใต้แนวต้าน โดยเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยหลักอย่างมีเสถียรภาพ และยังไม่พบสัญญาณแรงขายกดดันอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์ทางเทคนิคมองว่าหากหุ้นสามารถทะลุช่วง 238–240 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน จะเข้าสู่ภาวะ “blue‑sky territory” หรือโซนราคาสูงสุดใหม่ ขณะที่ระดับรับสำคัญอยู่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่แถว 222 ดอลลาร์ ซึ่งถูกใช้เป็นระดับตัดขาดทุนเชิงกลยุทธ์ หากราคาหลุดลงมาต่ำกว่าระดับดังกล่าว อาจบ่งชี้ว่าการพยายาม breakout ยังต้องใช้เวลาเพิ่มเติม ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ย้ำว่าข้อมูลทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนเฉพาะรายบุคคล และผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ใดๆ








